ช่วงนี้เด็ก 5 ขวบขึ้นไป ทยอยฉีดวัคซีนกันแล้วนะคะ ทางกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้ออกคำแนะนำในการ ฉีดวัคซีนโควิด19 ในเด็ก ที่อายุต่ำกว่า 18 ปี โดยมี 5 สูตรวัคซีนให้เลือก
สธ. เผย 5 สูตร ฉีดวัคซีนโควิด19 ในเด็ก อายุต่ำกว่า 18 ปี
สถานการณ์การติดเชื้อโควิด19 ในเด็กในช่วงระยะเวลานี้ พบการติดเชื้อสายพันธุ์เดลตา และโอมิครอน มากขึ้นโดยเฉพาะช่วงอายุ 5-11 ปี อยู่ที่ 6 % โดยอาการค่อนข้างน้อย แต่เด็กบางคนที่ติดเชื้อสามารถพบการเกิดภาวะ MIS-C ซึ่งเป็นการอักเสบของอวัยวะหลายระบบที่เกิดหลังติดเชื้อโควิดในกลุ่มผู้ป่วยเด็ก จึงได้มีการเร่งให้เด็กได้ฉีดวัคซีน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาด การนำเชื้อไปสู่ผู้สูงอายุในบ้าน และรองรับการเปิดโรงเรียน ซึ่งขณะนี้สธ.ได้ฉีดวัคซีนโควิดในเด็ก 5-11 ปีไปแล้ว 66,165 คน จาก 5.1 ล้านคน
5 สูตร ฉีดวัคซีนโควิด19 ในเด็ก
ตอนนี้วัคซีนโควิดเด็กที่ได้รับอนุญาตในไทย มีทั้งเป็นแบบ mRNA เป็นการสร้างชุดพาหะนำสารพันธุกรรมด้วยก้อนไขมัน ที่เมื่อฉีดไปแล้วร่างกายของเราจะเป็นผู้สร้างโปรตีนของไวรัสขึ้นมา ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงมากในการผลิตภูมิคุ้มกัน ได้แก่ ไฟเซอร์ และแบบเชื้อตาย ที่เป็นการเอาเชื้อโรคมาทำให้มันตาย และฉีดเข้าร่างกาย ซึ่งทำง่าย และมีโอกาสที่ร่างกายจะเกิดผลข้างเคียงไม่สูง ได้แก่ ซิโนแวคและซิโนฟาร์ม โดยการฉีดวัคซีนเด็กนี้ ให้คุณพ่อคุณแม่เลือกฉีดให้ลูกตามความสมัครใจ โดยกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) มีคำแนะนำในการฉีดวัคซีนโควิด19 กลุ่มเป้าหมายอายุต่ำกว่า 18 ปี มี 5 สูตรวัคซีน ได้แก่
- เด็กอายุ 5-11 ปี วัคซีนไฟเซอร์(ฝาสีส้ม) 2 เข็ม ขนาด 2 มิลลิลิตรต่อโดส ระยะห่างระหว่างเข็ม 1 และ 2 อยู่ที่ 8 สัปดาห์
- เด็กอายุ 6-11 ปี สามารถฉีดวัคซีนสูตรไขว้ซิโนแวค-ไฟเซอร์ (ฝาสีส้ม) ระยะห่างระหว่างเข็ม 4 สัปดาห์ ตามคำแนะนำของราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย ซึ่งได้เผยแพร่คำแนะนำเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2565
- เด็กอายุ 6-17 ปี ซิโนแวค 2 เข็ม ขนาด 0.5 มิลลิลิตรต่อโดส ระยะห่างระหว่างเข็ม 1 และ 2 อยู่ที่ 4 สัปดาห์
- เด็กอายุ 12-17 ปี วัคซีนไฟเซอร์(ฝาสีม่วง) 2 เข็ม ขนาด 0.3 มิลลิลิตรต่อโดส ระยะห่างระหว่างเข็ม1และ 2 อยู่ที่ 3-4 สัปดาห์
- เด็กอายุ 12-17 ปี วัคซีนสูตรไขว้ซิโนแวค+ไฟเซอร์ โดยเข็มที่ 1 เป็นซิโนแวคขนาด 0.5 มิลลิลิตร และเข็มที่ 2 เป็นไฟเซอร์(ฝาสีม่วง) ขนาด 0.3 มิลลิลิตร ระยะห่างระหว่างเข็ม 1 และ 2 อยู่ที่ 4 สัปดาห์
ความกังวลเรื่อง mRNA
ส่วนความกังวลเรื่อง mRNA แล้วเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ ไปจนถึงว่าจะเกิดการตกค้างนั้น ปัจจุบันมีข้อมูลจากสหรัฐอเมริกา และ แคนาดา ว่า ฉีดไฟเซอร์เต็มโดสในเด็ก 2 เข็ม ห่างกัน 8 สัปดาห์ ภูมิคุ้มกันขึ้นดีกว่าการฉีดห่าง 4 สัปดาห์ ถึง 10 เท่า และช่วยลดการเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบได้ด้วย และ mRNA ไม่ใช่พันธุกรรม DNA ของไวรัส ดังนั้นจึงเข้าไปในระดับพันธุกรรมของคนไม่ได้ จึงมีความปลอดภัย
การฉีดวัคซีนบูสเตอร์ในเด็ก
ในเด็กอายุ 12 ปี แต่ไม่เกิน 18 ปี ที่เคยฉีดวัคซีนไฟเซอร์ครบ 2 เข็ม สามารถฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นอย่างน้อย 4-6 เดือน อีก 1 เข็ม ด้วยวัคซีนไฟเซอร์ฝาสีม่วงขนาด 30 ไมโครกรัม โดยแนะนำให้ฉีดกระตุ้นในกลุ่มเสี่ยง 7 โรค ส่วนเด็กที่เคยรับวัคซีนชนิดเชื้อตาย ทั้งซิโนแวคหรือซิโนฟาร์มา 2 เข็ม แนะนำกระตุ้นด้วยไฟเซอร์ 1 เข็ม โดยใช้ขนาดที่รับรองให้ฉีดตามกลุ่มอายุห่างจากฉีดวัคซีนเชื้อตายอย่างน้อย 4 สัปดาห์ค่ะ
อย่างไรก็ตาม ยังไม่แนะนำให้ฉีดบูสเตอร์ในเด็ก 5 – 11 ปี ช่วงนี้ ยกเว้นกรณีเด็กที่มีโรคประจำตัว โรคเรื้อรัง หรือมีภูมิคุ้มกันต่ำ จำเป็นต้องฉีดเข็มกระตุ้นตามช่วงเวลาที่กำหนด ซึ่งสามารถปรึกษาแพทย์ที่ดูแลได้ โดยการฉีดวัคซีนเด็ก ยังคงเป็นไปตามความสมัครใจของผู้ปกครอง
สำหรับคุณแม่ที่มีลูกหลานอยู่ในช่วงอายุที่กำหนดให้สามารถฉีดวัคซีนได้แล้ว สามารถพาลูกหลานไปฉีดวัคซีนโควิดเด็กได้ตามสถานที่ฉีดวัคซีนที่กำหนดและตามความสมัครใจนะคะ
ขอบคุณข้อมูลจาก
กรุงเทพธุรกิจ, มติชน ออนไลน์ , ฐานเศรษฐกิจ
เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่
อ่านต่อบทความดี ๆ คลิก
เช็คที่นี่ วอล์คอิน-ลงทะเบียนจองคิว ฉีดวัคซีนเด็กไฟเซอร์ ฟรี