ที่ตรวจไข่ตก

เทคนิคการใช้ ที่ตรวจไข่ตก ใช้ให้ถูก เพิ่มโอกาสมีลูกไว

เมื่อกล่าวถึงวิธีการที่จะทำให้ประสบความสำเร็จในการตั้งครรภ์ แน่นอนว่าเราจำเป็นต้องมีเพศสัมพันธ์ในช่วงเวลาที่เหมาะสม ให้อสุจิสามารถผสมกับไข่ได้อย่างทันเวลา บทความนี้ คุณหมอหน่อย จากเพจ หมอหน่อย-Dr.Noi The Family มีเทคนิคการใช้ ที่ตรวจไข่ตก หรือ Ovulation strip test ที่จะช่วยคาดการณ์ช่วงเวลาที่ไข่จะตก และทำภารกิจในช่วงเวลาที่เหมาะสมได้ค่ะ

ความเข้าใจผิดๆ ในการใช้ที่ตรวจไข่ตก

หมอหน่อยเชื่อว่าหลายคนยังเข้าใจผิดในการใช้ที่ตรวจไข่ตกนะคะ เพราะ

  • ที่ตรวจไข่ตก ไม่ได้ Positive หลังจากไข่ตก
  • ที่ตรวจไข่ตก ไม่ได้เหมาะกับทุกคน
  • ที่ตรวจไข่ตก แม้ผลจะเป็นลบ ก็อาจมีไข่ตกได้

ถ้าใครยังเข้าใจผิดกันอยู่ หมอหน่อยแนะนำว่า ไม่ควรพลาดบทความนี้นะคะ เพราะหมอหน่อยจะอธิบายให้เข้าใจการทำงานของมันจริงๆค่ะ ไปเตรียมพร้อมก่อนตั้งครรภ์กันค่ะ

ที่ตรวจไข่ตก มีหลักการทำงานอย่างไร

หลักการทำงานชุดตรวจไข่ตก จะใช้ตรวจหาระดับสูงสุดของฮอร์โมน LH (Luteinizing hormone) หรือ LH surge ซึ่งฮอร์โมน LH นี้เป็นฮอร์โมนที่กระตุ้นให้เกิดการตกไข่ หลังช่วง LH surge นี้ประมาณ 12-36 ชั่วโมงถัดมา ก็จะเกิดการตกไข่ (ดั่งภาพแสดง) ดังนั้นชุดตรวจไข่ตกนี้ จะช่วยคาดการณ์ช่วงเวลาที่ไข่จะตกนั่นเอง

วงจรการตกไข่

“เพราะโอกาสตั้งครรภ์จะสูงที่สุด หากมีเพศสัมพันธ์ 2 วันก่อนไข่ตก และที่ตรวจไข่ตกจะ Positive 12-36 ชั่วโมงก่อนไข่ตก ดังนั้นแผ่นตรวจตั้งครรภ์จึงมีประโยชน์มาก ที่จะทำให้เรามีเพศสัมพันธุ์ในช่วงเวลาที่เหมาะสมสุดๆค่ะ”

ประโยชน์ของที่ตรวจไข่ตก

โอกาสตั้งครรภ์จะสูงที่สุดคือ มีเพศสัมพันธ์ 2 วันก่อนไข่ตก (50%) ถ้าชุดตรวจไข่ตก Positive เราจะคาดการณ์ได้ว่าจะมีไข่ตกภายใน 12-36 ชั่วโมงหลังจากนี้ ดังนั้น นี่คือช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่จะปฎิบัติภารกิจ เพื่อนให้โอกาสมีลูกสำเร็จได้มากขึ้นค่ะ

วิธีใช้ ที่ตรวจไข่ตก 

  • เริ่มใช้ที่ตรวจไข่ตกได้ ในช่วงก่อนวันไข่ตก 4-5 วัน เช่น รอบเดือน 28 วัน ไข่จะตกวันที่ 14 ของรอบเดือน ให้เริ่มใช้ที่ตรวจในวันที่ 9-10 ของรอบเดือน

  • ใช้ที่ตรวจ ตรวจเรื่อยๆ จนผลได้ Positive

  • ไม่ควรตรวจหลังตื่นนอนทันที ควรตรวจสายๆ หรือช่วงบ่าย เพราะระดับ LH จะสูงมากในสายหรือบ่าย และควรกลั้นปัสสาวะก่อนตรวจเพื่อให้ระดับเข้มข้นขึ้น

  • ควรตรวจอย่างน้อย 2 ครั้งต่อวัน และควรตรวจช่วงเวลาเดียวกันทุกวัน

  • ทำตามคำแนะนำของแต่ละยี่ห้อ โดยทั่วไปคือ เก็บปัสสาวะในภาชนะ จุ่มแผ่นตามแถบที่แนะนำไม่เกิน 10 วินาที แปลผลไม่เกิน 10 นาที

  • ถ้าแถบที่ 2 ขึ้นชัด เท่ากับหรือมากกว่าเส้นควบคุม (Control) แปลผล Positive นั่นคือจะมีไข่ตกภายใน 12-36 ชั่วโมงหลังจากนี้

  • ควรทำต่อเนื่องกันอย่างน้อย 3 cycle ( 3 รอบเดือน)

  • อาจใช้ตัวช่วยอื่นเพื่อดูการตกไข่ เช่น อุณหภูมิร่างกาย มูกจากช่องคลอด หรือ ultrasound ดูรังไข่เป็นต้น

ที่ตรวจไข่ตก ขึ้น 2 ขีด
หากชุดตรวจไข่ตก ขึ้น 2 ขีด แปลว่าจะมีไข่ตกภายใน 12-36 ชั่วโมงหลังจากนี้

ถ้าผลเป็นลบตลอด จนพ้นวันที่ไข่ควรตก อาจเกิดจาก

  • ใช้ปัสสาวะช่วงเช้า

  • ระดับ LH ต่ำมากจนไม่สามารถตรวจเจอ

  • ตรวจเร็วไป หรือช้าไป ทำให้ตรวจไม่เจอ

  • บางเดือนไข่ไม่ตกจริง จากสาเหตุต่างๆ เช่นความเครียด เจ็บป่วย

  • ตรวจผิดวิธี เช่น ปัสสาวะใสไปจากการดื่มน้ำมากเกิน หรือไม่ทำตามคำแนะนำเป็นต้น

ทำอย่างไรหากชุดตรวจไข่ตกเป็น Positive

ถ้าแผ่นตรวจไข่ตก Positive หมายถึงคุณอยู่ช่วงวัยเจริญพันธ์สูง แนะนำให้มีเพศสัมพันธ์ในวันที่ได้รับผลบวก และมีต่อเนื่องอีก 2-3 วันถัดมา เพื่อเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ โอกาสสำเร็จอยู่แค่เอื้อมค่ะ

ชุดตรวจไข่ตกไม่เหมาะกับใครบ้าง

ชุดตรวจไข่ตกไม่เหมาะกันคนที่มีปัญหา PCOS หรือ Polycystic ovary syndrome หรือ ถุงน้ำในรังไข่หลายใบ เพราะภาวะนี้มักไม่มีไข่ตก ทำให้ผลไม่น่าเชื่อถือได้

คำแนะนำจากหมอหน่อย

  • ใช้ชุดตรวจไข่ตกอย่างน้อย 3 วันก่อนวันไข่ตกทำเรื่อยๆ ทุกวันจนได้ผล Positive

  • ถ้าผลเป็นบวกให้ปฎิบัติภารกิจ (มีเพศสัมพันธ์) ในวันนั้น และ/หรือทำอีกหลังจากนั้น 2 วันถัดมา

  • ตรวจช่วงสายๆ หรือบ่าย ควรงดปัสสาวะ 4 ชั่วโมง และไม่ควรดื่มน้ำเยอะก่อนตรวจ

หมอหน่อยหวังเป็นอย่างยิ่งว่า บทความนี้จะทำให้เพื่อนๆ สามารถใช้ประโยชน์จากที่ตรวจไข่ตกนี้ ให้ได้ผลและมีประสิทธิภาพจริงๆ นะคะ

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 


Heatlh Quotient ฉลาดสุขภาพดี หนึ่งใน Power BQ 10 ความฉลาดที่เด็กยุคใหม่ควรมี เริ่มต้นได้ตั้งแต่ในท้องแม่ โดยคุณแม่ เตรียมพร้อมหาข้อมูลต่างๆ ในการดูแลสุขภาพให้แข็งแรง เพื่อตั้งครรภ์อย่างมีคุณภาพ และสุขภาพที่ดีสู่ลูกน้อยในครรภ์ เป็นต้นทุนชีวิตที่ดีตั้งแต่แรกเกิดให้กับลูกน้อย


ติดตามเรื่องน่ารู้การเตรียมตัวก่อนท้อง และข้อมูลที่ควรรู้ช่วงตั้งครรภ์ กับคุณหมอหน่อย

ได้ที่เพจ หมอหน่อย-Dr.Noi The Family

หมอหน่อย
บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

11 สาเหตุมีลูกยาก อยากมีลูก ทำไมไม่ท้องซักที?

อาหารทำให้ท้อง สำหรับคุณพ่อ คุณแม่ที่อยากมีลูก

5 ท่าบริหารสำหรับ “คนอยากมีลูก”

 

วิจัยล่าสุดเผย! คนท้องอ่อนตากแดด ลดความเสี่ยงคลอดก่อนกำหนดได้!

คนท้องอ่อนตากแดด – แน่นอนว่าสำหรับคุณแม่ที่อุ้มท้องเจ้าตัวน้อยต่างก็หวังให้ตัวเองมีครรภ์คุณภาพลูกน้อยในครรภ์มีพัฒนาการตลอดจนสุขภาพที่ดี และที่สำคัญคือการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัยตลอดรอดฝั่งไปจนถึงวันกำหนดคลอด ล่าสุดงานวิจัยในสกอตแลนด์เผยผลการศึกษาวิจัยชิ้นใหม่ว่าสตรีมีครรภ์ที่ได้รับแสงแดดปริมาณที่มากขึ้นในช่วงไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์จะลดความเสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนดและสูญเสียการตั้งครรภ์ได้

วิจัยล่าสุดเผย! คนท้องอ่อนตากแดด ลดความเสี่ยงคลอดก่อนกำหนดได้!

การศึกษาในเดือนกรกฎาคม ซึ่งตีพิมพ์ใน Frontier in Reproductive Health ได้วิเคราะห์บันทึกด้านสุขภาพของแม่เกือบ 400,000 คน และทารกมากกว่า 500,000 คนที่เกิดในสกอตแลนด์ หลังจากตั้งครรภ์ได้ 24 สัปดาห์ นักวิจัยตรวจสอบข้อมูลกับบันทึกสภาพอากาศจากช่วงเวลาเดียวกันเพื่อวัดปริมาณแสงแดดความเสี่ยงโดยรวมของการคลอดก่อนกำหนดอยู่ที่ 6% แต่ ความเสี่ยงคลอดก่อนกำหนดลดลงสำหรับผู้ที่ได้รับแสงแดดมากขึ้นในช่วงไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์

นักวิจัยพบว่าผู้หญิงตั้งครรภ์ที่ได้รับแสงแดดมากขึ้นในช่วงไตรมาสแรก มีความเสี่ยงต่ำกว่า 10% ที่จะเกิดปัญหากับรกที่เชื่อมโยงกับการคลอดก่อนกำหนดและการสูญเสียทารกเมื่อเทียบกับหญิงตั้งครรภ์ที่ได้รับแสงแดดน้อย อย่างไรก็ตาม นักวิจัยไม่พบความเชื่อมโยงระหว่างแสงแดดกับความเสี่ยงในการคลอดก่อนกำหนดในไตรมาสที่สอง โดยผู้วิจัยกล่าวว่า “นี่คือแนวทางการรักษาที่เป็นไปได้สำหรับการป้องกันการคลอดก่อนกำหนด”

การคลอดก่อนกำหนด คือ ทารกคลอดก่อนอายุครรภ์ครบ 37 สัปดาห์ ซึ่งทารกที่คลอดก่อนกำหนดมีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคแทรกซ้อนทางสุขภาพที่ร้ายแรงมากกว่าทารกที่คลอดตามกำหนด ซึ่งอาจรวมถึงปัญหาสุขภาพตลอดชีวิต เช่น สมองพิการ และความบกพร่องทางการเรียนรู้

ปัจจัยที่ส่งผลให้หญิงตั้งครรภ์คลอดก่อนกำหนด 

  • เคยมีประสบการณ์คลอดก่อนกำหนดมาก่อน
  • ปากมดลูกสั้น ซึ่งเป็นความผิดปกติแต่กำเนิด
  • โรคประจำตัวของมารดาขณะตั้งครรภ์ อาทิ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ
  • มดลูกขยายตัวมากเกินไป เช่น ครรภ์แฝด ภาวะน้ำคร่ำมากกว่าปกติ
  • อาการบาดเจ็บระหว่างการคลอดบุตร
  • เลือดออกทางช่องคลอดระหว่างตั้งครรภ์
  • การติดเชื้อระหว่างตั้งครรภ์ เช่น การติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ
  • น้ำหนักก่อนตั้งครรภ์ต่ำกว่าเกณฑ์
  • การสูบบุหรี่ระหว่างตั้งครรภ์
  • ฟันผุ และการอักเสบของเหงือก
  • ภาวะทุพโภชนาการ
  • อายุน้อยกว่า 17 หรือมากกว่า 35

เช็กให้ดี ผักและผลไม้แม่ท้องต้องระวัง เสี่ยงคลอดก่อนกำหนด

วิจัยสำเร็จ!! ดนตรีพัฒนาสมอง เด็กคลอดก่อนกำหนดได้

อัณฑะไม่ลงถุง ความผิดปกติที่อาจเกิดกับทารกคลอดก่อนกำหนด

คนท้องอ่อนตากแดด
คนท้องอ่อนตากแดด

ทำไมแสงแดดป้องกันการคลอดก่อนกำหนดได้?

การศึกษาไม่ได้เจาะลึกในประเด็นว่าทำไมแสงแดดถึงช่วยป้องกันการคลอดก่อนกำหนได้ แต่ Sarah Stock  ผู้ร่วมเขียนงานวิจัย และนักวิจัยด้านการแพทย์สำหรับมารดาและทารกในครรภ์ The University of Edinburgh เปิดเผยว่า

” เป็นไปได้ที่ แสงแดดทำให้เกิดการปลดปล่อยไนตริกออกไซด์ออกจากผิวหนังซึ่งทำให้หลอดเลือดผ่อนคลาย ซึ่งสิ่งนี้สามารถช่วยให้การตั้งครรภ์มีสุขภาพดีในครรภ์ได้ เนื่องจาก ไนตริกออกไซด์อาจทำให้มดลูกคลายตัวจึงช่วยป้องกันการหดตัวในระยะแรกของการตั้งครรภ์”

ทั้งนี้สำหรับการสัมผัสกับแสงแดดระหว่างการตั้งครรภ์ จำเป็นต้องมีการวิจัยเพิ่มเติมก่อนที่แพทย์จะสามารถแนะนำสิ่งนี้สำหรับผู้ป่วยได้ แต่สิ่งที่มั่นใจได้คือการได้รับแสงแดดในช่วงไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์ไม่สามารถทำอันตรายต่อคนท้องได้ แต่การหลีกเลี่ยงการถูกแดดเผาหรือตากแดดที่แรงเกินไปอาจดูสมเหตุสมผล แต่อย่างไรก็ตามไม่ควรหลีกเลี่ยงแสงแดดโดยสิ้นเชิง

นอกจากนี้ อีกทฤษฎีหนึ่งที่ Sarah Stock กล่าวถึง คือ มีความเชื่อมโยงระหว่างการคลอดก่อนกำหนดกับแสงแดด อาจเกี่ยวกับวิตามินดีที่ร่างกายสามารถผลิตได้มากขึ้นเมื่อได้รับแสงแดดที่เหมาะสม “ผลการศึกษาบางชิ้นแสดงให้เห็นว่าอัตราการคลอดก่อนกำหนดพบได้บ่อยกว่าในผู้หญิงที่มีระดับวิตามินดีต่ำ จึงมีน้ำหนักที่เพียงพอที่จะตอบได้ว่า วิตามินดีจะช่วยป้องกันปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ของคนท้องที่อาจนำไปสู่การคลอดก่อนกำหนดได้ ”

วิตามินดี คืออะไร มีประโยชน์อย่างไร?

วิตามินดี อาจเป็นที่รู้จักในชื่อ “Sunshine vitamins” เนื่องจากร่างกายของเราสามารถสังเคราะห์วิตามินดีได้บริเวณผิวหนัง จากการสัมผัสแสงแดด วิตามินดี (Vitamin D) เป็นวิตามินที่ละลายได้ดีในไขมัน มีความสำคัญต่อร่างกาย คือ ช่วยในการดูดซึมแคลเซี่ยม และฟอสฟอรัส ช่วยในการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน การทำงานของหัวใจ รวมถึงช่วยในการทำงานของฮอร์โมนต่างๆ ของร่างกาย พบปริมาณมากในอาหาร เช่น นมสด น้ำผลไม้ น้ำมันปลา และอาหารเสริมวิตามินดี นอกจากนี้ จากข้อมูลการศึกษาพบว่า การให้วิตามินดี เสริมระหว่างตั้งครรภ์ ปริมาณ 200-4,000 IU ต่อวัน มีผลดีต่อน้ำหนักแรกคลอด ความยาว และเส้นรอบวงศีรษะของทารก รวมทั้งช่วยลดความเสี่ยงต่อภาวะทารกมีน้ำหนักแรกเกิดน้อย (Low birth weight) อีกด้วย

หญิงตั้งครรภ์ขาดวิตามินดี ส่งผลกระทบอย่างไร?

มีข้อมูลจากการวิจัยหลายชิ้นที่เชื่อมโยงการขาดวิตามินดีกับความเสี่ยงที่สูงขึ้นของภาวะแทรกซ้อนในการตั้งครรภ์ เช่น เบาหวานขณะตั้งครรภ์ ครรภ์เป็นพิษ การคลอดก่อนกำหนด และน้ำหนักแรกเกิดต่ำ โดยมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่แสดงให้เห็นว่าการขาดวิตามินดีพบได้บ่อยในสตรีมีครรภ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง ซึ่งรวมถึงผู้ที่ได้รับแสงแดดไม่เพียงพอ อาศัยอยู่ในประเทศที่อากาศหนาวเย็น และสวมเสื้อผ้าหลายชั้นเพื่อป้องกันสภาพอากาศ เช่นเดียวกับคนที่มีผิวคล้ำ

นอกจากนี้ การขาดวิตามินดีที่ส่งผลต่อหญิงตั้งครรภ์ อาจส่งผลให้กระดูกเปราะหรือหักในเด็กแรกเกิดได้ ดังนั้นสตรีมีครรภ์ที่จัดอยู่ในกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงควรได้รับการตรวจคัดกรองระดับวิตามินดี หากสตรีมีภาวะขาดวิตามินดีในระหว่างตั้งครรภ์ อาจส่งผลให้เกิดความผิดปกติของกระดูกในเด็กแรกเกิด เช่น โรคกระดูกเปราะในทารก

คนท้องอ่อนตากแดด

หญิงตั้งครรภ์ต้องการวิตามินดีมากแค่ไหน?

ปริมาณวิตามินดีเป็นหัวข้อถกเถียงกันในหมู่ผู้เชี่ยวชาญ ปริมาณที่แนะนำสำหรับหญิงตั้งครรภ์มีตั้งแต่ 600 ถึง 2,000 หน่วยสากล (IU) ต่อวัน ปัจจุบันสถาบันการแพทย์แนะนำให้ผู้หญิงทุกคนที่อายุต่ำกว่า 70 ปี ไม่ว่าจะตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรหรือไม่ก็ตาม ควรได้รับวิตามินดี 600 หน่วยสากล (IU) หรือ 15 ไมโครกรัม (ไมโครกรัม) ต่อวัน

วิธีลดความเสี่ยงของการคลอดก่อนกำหนด

เพื่อลดความเสี่ยงของการคลอดก่อนกำหนด สิ่งที่คุณแม่ตั้งครรภ์ควรปฏิบัติ คือ ควรทานวิตามินรวมก่อนคลอด หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ และควันบุหรี่มือสอง ออกกำลังกายอย่างเหมาะสม และรับประทานอาหารที่สมดุล นอกจากนี้ การนัดหมายกับผู้ให้บริการด้านการดูแลสุขภาพระหว่างตั้งครรภ์เป็นประจำเป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน  นอกจากนี้ ขั้นตอนสำคัญที่ต้องทำคือรับการฉีดวัคซีนป้องกัน COVID-19 เนื่องจากการวิจัยพบว่ามีความเชื่อมโยงระหว่างการมีไวรัสและการคลอดก่อนกำหนด ทั้งศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) วิทยาลัยสูตินรีแพทย์และสูตินรีแพทย์แห่งอเมริกา (ACOG) แนะนำให้คนท้องได้รับการฉีดวัคซีน

นอกจากการได้รับวิตามินดีในระหว่างการตั้งครรภ์จะส่งผลต่อการตั้งครรภ์ที่มีคุณภาพแล้ว วิตามินดียังมีส่วนสำคัญต่อการพัฒนาของกระดูกและฟันของเด็กเล็ก การให้เด็กได้รับวิตามินดีที่เพียงพอจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ เนื่องจากเด็กที่ได้รับวิตามินดีในปริมาณที่ไม่เพียงพออาจมีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะ กระดูกอ่อน ซึ่งเป็นภาวะกระทบต่อการเจริญเติบโต และพัฒนาการของกระดูกได้

นอกจากนี้การปลูกฝังให้เด็กๆ ได้ออกไปเล่นนอกบ้าน ได้มีกิจกรรมกลางแจ้งเพื่อโอกาสในการได้รับแสงแดดที่เหมาะสมก็เป็นอึกหนึ่งวิธีที่จะช่วยเสริมวิตามินดี ให้เด็กๆได้ นอกจากความสนุกสนานแล้วยังเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพหากทำเป็นประจำ ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างทักษะความฉลาดที่รอบด้านด้วย Power BQ ในด้าน ความฉลาดต่อการมีสุขภาพที่ดี (HQ) ให้กับเด็กๆ ได้อีกทางหนึ่งด้วยค่ะ

ขอบคุณข้อมูลอ้างอิงจาก : verywellhealth.com , babycenter.com , samitivejhospitals.com

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

แจกสูตร เมนูอาหารคนท้อง 1-3 เดือน กินอย่างไรให้ลงลูก

คนท้องปวดท้องน้อย อาการแบบไหนเสี่ยงแท้ง?

ทารกคลอดก่อนกำหนดน้ำหนักตัวน้อย พัฒนาการลูกจะเป็นอย่างไร อันตรายไหม

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

ชุดตรวจ ATK

ชุดตรวจ ATK จำเป็นแค่ไหน? ใช้ยังไง ควรระวังอะไรบ้าง?

ชุดตรวจ ATK – ชุดตรวจโควิด ATK  (Antigen Test Kit) กำลังเป็นที่รู้จักมากขึ้นในบ้านเรา ล่าสุด กรมอนามัย มีคำแนะนำ ให้ใช้ Antigen Test Kit เพื่อประโยชน์ในการหยุดการแพร่เชื้อภายในครอบครัว ด้วยจำนวน สถิติของเด็กเล็กที่ติดเชื้อโควิดจากสมาชิกภายในครอบครัวเพิ่มสูงขึ้นอย่างมากอย่างน่าวิตก โดยในขณะนี้ในประเทศไทย พบเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบ ติดเชื้อโควิด-19 สะสม เกินกว่า 30,000 รายแล้ว

ชุดตรวจ ATK จำเป็นแค่ไหน? ใช้ยังไง ควรระวังอะไรบ้าง?

Antigen Test Kit คืออะไร?

 คือ ชุดตรวจคัดกรองโควิด-19 ด้วยตนเองแบบเร่งด่วนด้วยการเก็บตัวอย่างสารคัดหลั่งจากร่างกาย มีทั้งการตรวจด้วยการเก็บสารคัดหลั่ง จากโพรงจมูก โพรงหลังจมูก และจากน้ำลาย เพื่อตรวจองค์ประกอบของไวรัสได้แก่ โปรตีนหรือแอนติเจนของเชื้อก่อโรคโควิด-19 (SARS-CoV-2) ผู้ที่ควรใช้ชุดตรวจ ATK ได้แก่ ผู้ที่สัมผัสหรือใกล้ชิดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทั้งที่มีอาการและไม่มีอาการ และ ผู้ที่เริ่มมีอาการสงสัยว่าติดเชื้อโควิด-1 โดย ชุดตรวจ ATK มี 2 แบบ คือ สำหรับเจ้าหน้าที่ และสำหรับประชาชนตรวจด้วยตนเอง

ประโยชน์ของ Antigen Test Kit

เมื่อ 13 ก.ค. 64 ราชกิจจานุเบกษา ประกาศให้ใช้ Antigen test self-test kits  เป็นชุดตรวจโควิดด้วยตนเองแบบเร่งด่วน ประชาชนสามารถซื้อชุดตรวจ ATK ตรวจหาเชื้อ COVID-19 ได้ด้วยตนเอง ปัจจุบันเริ่มมีคนหันมาใช้ชุดตรวจชนิดนี้เป็นจำนวนมากด้วยสถานการณ์ปัจจุบันที่มีการแพร่ระบาดของโรคในวงกว้าง ชุดตรวจโควิดแบบ ATK จึงช่วยให้สามารถตรวจคัดกรองเชื้อได้ การนำ ATK มาใช้ ทำให้ผู้ติดเชื้อเข้าถึงการตรวจลดความเสี่ยงในการแพร่เชื้อและได้รับการดูแลรักษาได้เร็วขึ้น

  • ใช้งานง่ายมาก ทำด้วยตัวเองได้ โดยใช้ของเหลวจากจมูก ลำคอ หรือน้ำลาย
  • เหมาะกับการตรวจผู้ที่ได้รับเชื้อมาแล้ว ประมาณ 5-14 วันขึ้นไป
  • ทราบผลภายในเวลา 15-30 นาที

ข้อดี

  • ประชาชนทั่วไปสามารถตรวจได้ด้วยตัวเอง โดยทำความเข้าใจได้ไม่ยาก
  • รู้ผลได้เร็ว ไม่จำเป็นต้องเดินทางไปสถานที่ตรวจ หรือในสถานพยาบาลที่ไม่มีห้องแล็บ

ข้อด้อย

  • ก่อนทำการตรวจ ต้องศึกษาวิธีให้ถูกต้อง โดยต้องแยงไม้ sawp เข้าไปในจุดที่ลึกระดับหนึ่ง หมุนโดยรอบ ซึ่งหากทำผิดวิธีอาจเกิดความผิดพลาด หากไม่มั่นใจ ควรปรึกษาแพทย์ หรือ เภสัชกรก่อนทำการตรวจ
  • ในกรณีที่เพิ่งได้รับเชื้อไม่นาน ชุดตรวจ ATK อาจจะตรวจไม่พบเชื้อ และมีโอกาสแสดงผลผิดพลาดได้
  • การทิ้งชุดตรวจที่ใช้งานแล้วในที่สาธารณะ อาจนำไปสู่การแพร่กระจายได้หากทำไม่ถูกวิธี

ประเภทของ Antigen Test Kit

ชุดตรวจ แบบATK แบ่งออกได้เป็น 3 ประเภทใหญ่ๆ

  1. เก็บตัวอย่างจากโพรงจมูก (nasal)
  2. เก็บตัวอย่างจากโพรงหลังจมูก (nasopharyngeal)
  3. เก็บตัวอย่างจากช่องปาก ลำคอ หรือ น้ำลาย (oropharyngeal)

ชุดตรวจด้วยตัวเองส่วนใหญ่จะเป็นแบบแหย่โพรงจมูก (Nasal swab) ซึ่ง ไม้ swab จะสั้นกว่า และไม่ต้องแหย่ให้ลึกเท่ากับแบบหลังโพรงจมูกที่ใช้ในโรงพยาบาล (Nasopharyngeal swab)

ความแม่นยำของ Antigen Test Kit

Antigen Test Kit มีความแม่นยำเฉลี่ย ประมาณ 80%-90% อาจมากหรือน้อยกว่าขึ้นอยู่กับงานวิจัยในแต่ละที่ และวิธีตรวจ ซึ่งแม้จะคัดกรองเชื้อได้ในระดับหนึ่ง แต่ชุดตรวจ ATK ก็มีโอกาสที่จะให้ผลที่ไม่ถูกต้อง เช่น ลบหรือบวกปลอมได้ ผลการตรวจอาจไม่แม่นยำเท่าวิธี RT-PCR ซึ่งเป็นวิธีมาตรฐาน แต่ด้วยปีนี้ความชุกการติดเชื้อค่อนข้างสูง เพราะฉะนั้น ถ้าได้ผลบวกก็ไม่ควรนิ่งนอนใจในการเตรียมตัวเข้าสู่กระบวนการการรักษาให้เร็วที่สุด

 

ชุดตรวจ ATK
ชุดตรวจ ATK

Antigen Test Kit ใช้อย่างไร?

ก่อนตรวจหาเชื้อ COVID-19 ควรอ่านวิธีการใช้ หรือคำแนะนำ Antigen Test Kit ให้ละเอียด โดยการใช้งานเบื้องต้น มีขั้นตอนคร่าวๆ ดังนี้

  • ชุดตรวจแบบแยงโพรงจมูก 

ในหนึ่งชุด ประกอบด้วย แผ่นทดสอบ หลอดดูด น้ำยา ก้าน swab และหลอดตัวอย่าง กรวยเก็บน้ำลาย และแถบทดสอบ

วิธีใช้

1. เทน้ำยาลงในหลอดตัวอย่างให้ถึงจุดที่กำหนด

2. นำก้าน swab แหย่จมูก หมุน 3-4 ครั้ง ค้างไว้ 3 วินาที (การแหย่ ไม้ swab จะต้องไปตามแนวของฐานจมูก (Nasal floor) หรือขนานกับเพดานปาก)

3. นำก้าน swab ใส่หลอด หมุนวนในน้ำยาประมาณ 5 ครั้ง

4. นำหลอดดูดน้ำยา หยดลงช่องประมาณ 2-3 หยด

5. ถ้าขึ้น 2 แถบ ที่ C และ T แสดงว่า ติดเชื้อโควิด-19

ผลเป็น บวก ให้แจ้งหน่วยบริการใกล้บ้าน แยกกักตัว แนะนำให้ตรวจซ้ำด้วยวิธี RT-PCR อีกครั้ง
ผลเป็น ลบ คือขึ้นแค่ 1 แถบที่ C ให้ทดสอบซ้ำในอีก 3-5 วัน

  • ชุดตรวจแบบใช้น้ำลาย

ใน 1 ชุด ประกอบด้วย หลอดน้ำยาเก็บตัวอย่าง ฝาปิดและหยดตัวอย่าง

งดอาหารและเครื่องดื่ม และงดสูบบุหรี่ ก่อนทำการตรวจ 30 นาที

วิธีใช้

1. เก็บตัวอย่างน้ำลายโดยนำกรวยมารองบนปากหลอดก่อน บ้วนน้ำลายประมาณ 5 มล. ให้ถึงขีดที่กำหนด

2. จากนั้นปิดฝาหลอดด้วยที่ปิดให้แน่น แล้วผสมให้เข้ากัน โดยคว่ำหลอดขึ้น-ลง 10 ครั้ง

3. นำแถบทดสอบวางบนพื้นราบ หยดตัวอย่างตรวจ 3 หยด ลงบนหลุมของแถบทดสอบ

4. ทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที (ไม่ควรเกิน 20นาที) แล้วทำการอ่านผล

ผลเป็น บวก ให้แจ้งหน่วยบริการใกล้บ้าน แยกกักตัว แนะนำให้ตรวจซ้ำด้วยวิธี RT-PCR อีกครั้ง
ผลเป็น ลบ คือขึ้นแค่ 1 แถบที่ C ให้ทดสอบซ้ำในอีก 3-5 วัน

การอ่านและแปลผล Antigen Test Kit

ชุดตรวจ ATK
วิธีอ่านผล ชุดตรวจ ATK  ( ขอบคุณภาพจาก pharmacy.mahidol.ac.th )

ข้อควรรู้และระวัง ในการใช้ Antigen Test Kit

การใช้งานชุดตรวจโควิด  ATK ต้องเลือกชนิดที่มีฉลากระบุว่า “สำหรับใช้ทดสอบด้วยตนเอง” (Home use, home test, self-test) และได้รับการขึ้นทะเบียนจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) แล้ว หรือซื้อจากร้านขายยาที่มีเภสัชกรแนะนำ ซึ่งชุดตรวจแต่ละยี่ห้อแต่ละแบบมีวิธีการใช้แตกต่างกัน เช่น เก็บตัวอย่างจากโพรงจมูก โพรงหลังจมูก หรือน้ำลาย ก่อนใช้ควรอ่านคำแนะนำที่ให้มาในชุดตรวจให้ละเอียด และทิ้งชุดตรวจหลังจากใช้งานด้วยวิธีที่ถูกต้อง

กรณีได้ผลตรวจเป็นบวก ถือว่าเป็นผู้ที่เข้าข่ายสงสัยว่าติดเชื้อโควิด-19 ดังนั้นต้องปฏิบัติตัวเช่นเดียวกับผู้ติดเชื้อ โดยหลังจากทราบผลให้ทำการแจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขใกล้บ้าน เพื่อเข้าสู่ระบบการรักษาตามดุลยพินิจของแพทย์ในสถานพยาบาลอย่างเหมาะสม  กักตัวงดออกจากบ้านโดยเด็ดขาด แจ้งคนใกล้ชิดให้ทราบเพื่อประเมินความเสี่ยง เว้นระยะห่างทางสังคม สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา ที่สำคัญต้องแยกการใช้ห้องน้ำ ของใช้ส่วนตัวต่าง ๆ รวมถึงถุงขยะ

นอกจากนี้ควรล้างมือด้วยสบู่และน้ำบ่อย ๆ หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสัตว์เลี้ยงภายในบ้าน หากสมัครใจแยกกักตัวรักษาอยู่ที่บ้านด้วยวิธี Home isolation ต้องสังเกตอาการของตัวเองทุกวันอย่างสม่ำเสมอ โดยตรวจวัดระดับออกซิเจนปลายนิ้วและวัดไข้ หากมีไข้ควรพักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำสะอาดให้มาก ๆ หากรับประทานยาลดไข้แล้วอาการไม่ดีขึ้น หรือมีอาการอื่นๆ เช่น ไอหนักขึ้น นอนราบไม่ได้ หายใจลำบาก ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ของสถานพยาบาลที่รับผิดชอบทันที

ในกรณีทำการตรวจแล้วได้ผลเป็นลบ ไม่ควรวางใจว่าไม่ติดเชื้อ ซึ่งสาเหตุที่ผลเป็นลบสามารถเกิดจาก

  • เชื้อยังอยู่ในระยะฟักตัว
  • เก็บตัวอย่างผิดวิธี
  • มีปริมาณเชื้อที่โพรงจมูกน้อยเกินไป

อย่างไรก็ตามควรปฏิบัติตัวเช่นเดียวกับผู้ติดเชื้อ และทำการตรวจซ้ำอีกใน 3-5 วัน หรือตรวจทันทีถ้าเป็นไปได้ หากมีอาการเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ เช่น มีน้ำมูก ไอ  มีไข้ แต่ผลตรวจยังเป็นลบ ควรต้องป้องกันโรคเช่นเดียวกับคนปกติ

สำหรับชุดตรวจโควิด ATK ที่ใช้แล้ว จัดว่าเป็นขยะติดเชื้อ ต้องใช้ความระมัดระวังในการทิ้ง ควรใส่ถุงแดงอย่างมิดชิด ใช้แอลกอฮอล์ 70% ฉีดพ่นบริเวณปากถุง หรือหากไม่มีถุงแดงให้เขียนบนถุงว่าขยะติดเชื้อและใช้แอลกอฮอล์ฉีดฆ่าเชื้อเช่นเดียวกัน จากนั้นควรแยกทิ้งในถังขยะ ในกรณีมีมีข้อสงสัยที่ไม่แน่ใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร 1422

สำหรับบ้านที่มีเด็กเล็กๆ และมีการประเมินความเสี่ยงว่าค่อนข้างเสี่ยงติดเชื้อในระดับสูง คุณพ่อคุณแม่อาจจำเป็นต้องใช้ชุดตรวจแบบ ATK ตรวจให้ลูก โดยอธิบายให้ลูกฟังว่าทำไมเราถึงจำเป็นต้องตรวจหาเชื้อด้วยวิธีนี้ ตลอดจนแนะนำวิธีปฏิบัติตัวหากพบว่าลูกติดเชื้อ หากเป็นเด็กเล็กๆ อาจต้องใช้ความพยายามในการตรวจและการพูดคุย เพราะเด็กอาจอยู่ไม่นิ่งควรช่วยกันจับเด็กไว้ให้นิ่งระหว่างการเก็บตัวอย่าง เพื่อป้องกันอันตรายขณะแหย่ไม้ swab เข้าไปในโพรงจมูก ทั้งนี้การที่เด็กๆ รับรู้และเข้าใจถึงความจำเป็นของการตรวจหาเชื้อ และวิธีปฏิบัติตัวอย่างเหมาะสมในกรณีมีความเสี่ยงติดเชื้อสูงจะช่วยเสริมทักษะความฉลาดรอบด้านด้วย Power BQ ในด้าน ความฉลาดต่อการมีสุขภาพที่ดี HQ ได้อีกทางหนึ่งด้วยค่ะ

 

ขอบคุณข้อมูลอ้างอิงจาก : pharmacy.mahidol.ac.th , ddc.moph.go.th , chulalongkornhospital.go.th

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ทำความรู้จัก!! วัคซีน Pfizer ป้องกันโรคโควิด-19 ในเด็ก

รู้ก่อนป้องกันได้! ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ เด็กติดโควิดเสียชีวิต คืออะไร?

ผู้เชี่ยวชาญคาด อนาคตโควิดจะกลายเป็น โรคระบาดในเด็กเล็ก

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

Eucerin Sun Protection

บริษัท ไบเออร์สด๊อรฟ ประเทศไทย ยืนยัน ผลิตภัณฑ์กันแดด นีเวีย ซัน และ ยูเซอริน ปราศจาคสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อปะการัง เข้าอุทยานแห่งชาติได้ มั่นใจไม่เสี่ยงถูกปรับ 100,000 บาท

เนื่องจากปัจจุบัน มีนักท่องเที่ยวเข้าไปท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติทางทะเลจำนวนมาก รวมทั้งมีการนำและใช้ครีมกันแดดที่มีสารเคมีที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อปะการัง และสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยที่ยืนยันว่ามีสารเคมีหลายชนิดที่พบในครีมกันแดดที่นักท่องเที่ยวใช้รวมกันกว่า 14,000 ตันต่อปีในท้องทะเลทั่วโลกที่มีส่วนทำให้แนวปะการังเสื่อมโทรมลง ทั้งยังทำลายปะการังวัยอ่อน ทำลาย DNA จนปะการังไม่สามารถขยายพันธุ์ ตลอดจนทำให้ปะการังเกิดการฟอกขาวอีกด้วย ล่าสุดกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช จึงได้ประกาศห้ามนำและใช้ครีมกันแดดตามที่มีส่วนประกอบของสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อปะการังเข้าในอุทยานแห่งชาติ โดยสารทั้งสี่ชนิด ได้แก่

  1. สารกรองรังสียูวี Oxybenzone (Benzophenone-3, BP-3)
  2. สารกรองรังสียูวี Octinoxate (Ethylhexyl methoxycinnamate)
  3. สารกรองรังสียูวีบี 4-Methylbenzylid Camphor (4MBC)
  4. สารกันเสีย Butylparaben

Nivea Sun

Eucerin Sun Protection

บริษัท ไบเออร์สด๊อรฟ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตครีมกันแดดยี่ห้อ นีเวีย ซัน และยูเซอริน ตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ปะการังเสมอมา และเป็น “ความห่วงใย” ที่บริษัทฯ คำนึงถึงมากที่สุดในการดำเนินธุรกิจ ทั้งต่อลูกค้าและสิ่งแวดล้อม โดยสาร 4-Methylbenzylid Camphor (4MBC) และ Butylparaben นั้นไม่ได้เป็นสารพื้นฐานที่บริษัทฯใช้มาตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว และตั้งแต่ปี 2019 เป็นต้นมา ทางไบเออร์สด๊อรฟ ได้เริ่มนำสารกรองรังสียูวี Oxybenzone และ Octinoxate ที่เป็นส่วนผสมหลักที่เป็นอันตรายต่อปะการังออกจากผลิตภัณฑ์กันแดดทั้งหมดจนครบทุกผลิตภัณฑ์ในปี 2020 บริษัทฯ ยังคงให้ความสำคัญในการติดตามและสนับสนุนงานวิจัยผลกระทบของสารกันแดดต่อสิ่งแวดล้อมนี้อย่างใกล้ชิด เพราะความปลอดภัยและความอ่อนโยนต่อผิว คือสิ่งสำคัญอันดับหนึ่งในการเลือกสารกรองรังสียูวีแต่ละชนิดมาใช้ในผลิตภัณฑ์กันแดดของบริษัทฯ ดังนั้นทางไบเออร์สด๊อรฟจึงเลือกสรรเฉพาะสารกรองรังสียูที่ได้มาตรฐานตามกฏการควบคุมเครื่องสำอางของทวีปยุโรป (EU Cosmetic Regulation) อีกทั้งยังต้องมั่นใจในประสิทธิภาพการกรองรังสียูวีเพื่อการปกป้องผิวในระดับสูงสุด และขอรับรองว่า ผลิตภัณฑ์กันแดดทั้งนีเวีย ซันและ ยูเซอริน ไม่มีส่วนผสมของ Oxybenzone (Benzophenone-3, BP-3), Octinoxate (Ethylhexyl methoxycinnamate), 4-Methylbenzylid Camphor (4MBC), Butylparaben ที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อปะการัง นอกจากนี้ ไบเออร์สด๊อรฟ ยังคงมุ่งมั่นที่จะวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์กันแดดทั้งนีเวีย ซัน ยูเซอรินอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผลิตภัณฑ์เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น

Nivea Sun

Nivea Sun

ในส่วนของผลิตภัณฑ์กันแดด นีเวีย ซัน นั้น บริษัทฯ เริ่มให้ความรู้เกี่ยวกับการเลือกครีมกันแดดที่ไม่มีสารที่เป็นอันตรายต่อปะการังกับผู้บริโภคมาตั้งแต่ปี 2019 โดยทำการสื่อสารผ่านสื่อดิจิตัล เพื่อให้ผู้บริโภครับรู้ถึงข้อมูลอย่างกว้างขวาง นอกจากนี้ยังมีการจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์ที่บริเวณท่าเที่ยบเรืออ่าวฉลอง จังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นจุดที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางไปเที่ยวทะเลเป็นจำนวนมากในแต่ละวัน ทั้งยังมีการตั้งจุดทำกิจกรรมเล่นเกมส์เพื่อให้ความรู้และประชาสัมพันธ์แก่นักท่องเที่ยวเกี่ยวกับความสำคัญและการร่วมกันรักษ์ปะการังโดยยังได้มีการเชิญข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ของจังหวัดภูเก็ต นักธุรกิจในแวดวงดำน้ำและครูสอนดำน้ำระดับมาสเตอร์มาร่วมงานเพื่อสร้างการรับรู้ในวงกว้างอีกด้วย  ยิ่งไปกว่านั้น ผลิตภัณฑ์ครีมกันแดดของนีเวีย ซัน ที่เป็นสูตรกันน้ำเป็นที่นิยมอย่างมากในกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เข้ามาพักผ่อนตามเมืองชายหาด ดังนั้น ไบเออร์สด๊อรฟ จึงเห็นความสำคัญในจุดนี้ นอกจากนี้ยังได้มีการให้ข้อมูลกับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาในประเทศไทยผ่านสื่อการตลาดดิจิตัลในรูปแบบภาษาอังกฤษด้วยเช่นกัน

สำหรับข่าวราชกิจจานุเบกษาประกาศการห้ามนำเข้าและใช้ครีมกันแดดที่มีส่วนผสมของสารเคมีทั้งสี่ชนิดที่กล่าวนั้น ทาง ไบเออร์สด๊อรฟ ไม่ได้รู้สึกตระหนกกับประกาศห้ามครั้งนี้ เนื่องจากข้อมูลด้านผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเป็นสิ่งที่ทางแบรนด์ได้ทำการสื่อสารมาตลอดหลายปี โดยเฉพาะในจังหวัดท่องเที่ยวทางทะเล ทั้งนี้พลังเสียงในการสื่อสารออกไปของแบรนด์ผู้ผลิตสินค้าอาจไม่สามารถสร้างความเข้าใจและตระหนักรู้แก่ผู้บริโภคได้เพียงพอ ดังนั้นข่าวข้อประกาศห้ามตามราชกิจจานุเบกษาจึงนับว่าเป็นจุดเริ่มต้นอันดีที่ช่วยให้คนไทยได้เข้าใจถึงผลกระทบนี้อย่างกว้างขวางมากขึ้น โดยผลิตภัณฑ์นีเวีย ซัน ที่ผลิตตั้งแต่ปี 2020 เป็นต้นไป และยูเซอริน จะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ผู้บริโภคสามารถมั่นใจได้ว่าเป็นครีมกันแดดที่ไม่มีสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมตามข้อประกาศห้ามดังกล่าว และสามารถนำเข้าและใช้ในอุทยานแห่งชาติได้อย่างมั่นใจ ไม่ถูกปรับ 100,000 บาทอย่างแน่นอน

เมนูอาหารคนท้อง 1-3 เดือน

เมนูอาหารคนท้อง 1-3 เดือน ให้แม่เตรียมร่างกายฟิตพร้อมเพื่อลูกน้อย

เมนูอาหารคนท้อง 1-3 เดือน แจกฟรีเมนูแบบไหนที่กินแล้ว happyทั้งแม่และลูก เตรียมร่างกายให้พร้อม เพื่อลูกในท้องแข็งแรงสมบูรณ์ตั้งแต่ในครรภ์

แจกสูตร เมนูอาหารคนท้อง 1-3 เดือน ให้แม่เตรียมร่างกายฟิตพร้อมเพื่อลูกน้อย

คุณแม่มือใหม่ที่กำลังกังวลใจกับการบำรุงครรภ์ เพื่อให้ลูกน้อยในท้องได้รับสารอาหาร และประโยชน์มากที่สุด อีกทั้งยังต้องการเตรียมร่างกายของคุณแม่ให้พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของร่างกายขณะตั้งครรภ์ ที่จะมีการเปลี่ยนแปลงอีกมากในอีกต่อจากนี้นับไป 9 เดือนเต็ม

นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย รักษาราชการแทนอธิบดีกรมอนามัย ระบุว่าอาหารและโภชนาการที่สำคัญที่คุณแม่ตั้งครรภ์ควรรับประทานให้เป็นประจำ ในช่วงระยะเวลาการตั้งครรภ์ 9 เดือน ได้แก่ เน้นกินอาหารให้ครบ 5 กลุ่ม ได้แก่ ข้าวหรือแป้ง เนื้อสัตว์ ผัก ผลไม้ ควบคู่กับการดื่มนมรสจืด 2-3 แก้วทุกวัน เพื่อให้ได้รับสารอาหารให้ครบถ้วนเพียงพอ สำหรับการเจริญเติบโตของลูกในครรภ์

แม่ท้องกับอาหารการกิน
แม่ท้องกับอาหารการกิน

นอกจากนี้ “หญิงตั้งครรภ์” ในแต่ละช่วงอายุครรภ์ ก็มีความต้องการสารอาหารแตกต่างกันไป ดังนี้

1. อายุครรภ์ 0-3 เดือน (ตั้งครรภ์ไตรมาสแรก)

อายุครรภ์ในช่วงนี้ทารกเริ่มมีการสร้างอวัยวะ แต่ยังไม่มีการขยายขนาดของร่างกายมากนัก น้ำหนักตัวคุณแม่อาจเพิ่มขึ้นเพียง 1-2 กิโลกรัม แต่ถ้ามีอาการแพ้ท้อง ก็อาจทำให้น้ำหนักตัวลดลงไปบ้าง พลังงานสารอาหารที่ร่างกายควรได้รับในระยะนี้ใกล้เคียงกับก่อนตั้งครรภ์ หากแพ้ท้องมากจนทำให้กินอาหารได้น้อย วิธีแก้ไขคือแบ่งมื้ออาหารเป็นมื้อย่อยๆ ในปริมาณน้อยลง แล้วกินให้บ่อยขึ้น

2. อายุครรภ์ 4-6 เดือน (ตั้งครรภ์ไตรมาสที่สอง)

อายุครรภ์ช่วงไตรมาสที่ 2 คุณแม่จะเริ่มกินอาหารได้มากขึ้น ในขณะที่ระยะนี้ทารกกำลังสร้างอวัยวะต่างๆ ของร่างกาย และมีอัตราการเจริญเติบโตเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ น้ำหนักของทารกจะเพิ่มขึ้น และจำเป็นต้องใช้พลังงานและสารอาหารสำหรับสร้างระบบไหลเวียนเลือด ระบบประสาท กล้ามเนื้อ กระดูก และอวัยวะต่างๆ ของทารก และสำหรับร่างกายของมารดาเองด้วยดังนั้น “คนท้อง” ในระยะนี้ จึงจำเป็นต้องกินอาหารที่มีพลังงานและสารอาหารสูงกว่าคนปกติ เพื่อควบคุมน้ำหนักตัวให้เพิ่มขึ้นตามเกณฑ์คือ 2 กิโลกรัมต่อเดือน โดยช่วงนี้ร่างกายของหญิงตั้งครรภ์ต้องการพลังงานเพิ่มขึ้นประมาณ 300 กิโลแคลอรีต่อวัน ส่วนสารอาหารที่ต้องเน้นเป็นพิเศษ ได้แก่

 โปรตีน จากเนื้อสัตว์ นม ไข่ เพื่อใช้สร้างเนื้อเยื่อในร่างกาย

– ธาตุเหล็ก จากเครื่องในสัตว์ เลือด เพื่อใช้สร้างเม็ดเลือดแดง

– โฟเลท จากตับ เนื้อสัตว์ ผักใบเขียวเข้ม เพื่อป้องกันความพิการแต่กำเนิด และปากแหว่งเพดานโหว่ในทารก

– แคลเซียมและฟอสฟอรัส จากนม ปลาเล็กปลาน้อย เต้าหู้แข็ง ธัญพืช และผักเขียวเข้ม ใช้ในการสร้างกระดูกและฟัน

– ไอโอดีน จากอาหารทะเล ช่วยในการพัฒนาระบบประสาทและเซลล์สมองของทารก

3. อายุครรภ์ 7-9 เดือน (ตั้งครรภ์ไตรมาสที่สาม)

อายุครรภ์ในระยะนี้ ร่างกายของ “คนท้อง” ยังคงต้องการพลังงานเพิ่มขึ้นประมาณ 300 กิโลแคลอรีต่อวัน ซึ่งเป็นช่วงที่ทารกมีการขยายขนาดร่างกายเพิ่มขึ้นมาก รวมถึงการสร้างกระดูกและฟัน คุณแม่จึงควรกินอาหารที่มีแคลเซียมและฟอสฟอรัสสูง เน้นอาหารที่มีกรดไขมันโอเมก้า 3 ซึ่งเป็นกรดไขมันดี เช่น ปลาทู ปลาจะระเม็ด

ผข้อมูอ้างอิงจาก www.bangkokbiznews.com
ท้องไตรมาสแรกก็สำคัญนะ
ท้องไตรมาสแรกก็สำคัญนะ

เจาะลึก 7 อาหารสำหรับแม่ท้องไตรมาสแรก (เมนูอาหารคนท้อง 1-3 เดือน)

ช่วงแรกของการตั้งครรภ์ เป็นช่วงสำคัญของการเจริญเติบโตของสมอง ระบบประสาท และไขสันหลังของลูกในท้อง สำหรับสารอาหารที่จำเป็นที่คุณแม่ท้องในช่วงนี้ควรเน้นเป็นพิเศษ คือ

  • ดีเอชเอ (DHA) เป็นกรดไขมันจำเป็นที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของเซลล์สมอง และจอประสาทตา

อาหารที่มีดีเอชเอสูง ได้แก่ ปลาทะเลน้ำเย็น เช่น ปลาแมคเคอเรล ปลาทูน่า ปลาแซลมอน เป็นต้น

  • ธาตุเหล็ก มีส่วนสำคัญในการสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดงที่จะนำออกซิเจนไปหล่อเลี้ยงสมอง

อาหารที่มีธาตุเหล็กสูง ได้แก่ เนื้อสัตว์ เครื่องใน ไข่แดง ลูกเดือย ข้าวกล้อง เป็นต้น

  • ไอโอดีน มีส่วนสำคัญในกระบวนการสร้างไทรอยด์ฮอร์โมน (Thyroid Hormone) ที่มีความจำเป็นต่อการสร้างเซลล์ร่างกายและสมอง

อาหารที่มีไอโอดีนสูง ได้แก่ อาหารทะเลทุกชนิด

  • โฟเลต เป็นสารที่แม่ท้องจำเป็นต้องได้รับก่อนการตั้งครรภ์ การขาดโฟเลตในช่วงสามเดือนแรก อาจทำให้แกนกลางประสาทของลูกในครรภ์เกิดความพิการได้

อาหารที่มีโฟเลตสูง ได้แก่ ผักใบเขียวทุกชนิด ผลไม้ ถั่วเมล็ดแห้ง แป้งถั่วเหลือง เมล็ดทานตะวัน มะเขือเทศ เป็นต้น

ไตรมาสแรกใครว่าไม่สำคัญ!!

เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้แล้ว คุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ทั้งหลายคงเริ่มตระหนักแล้วว่า อาหารสำหรับคนท้องไตรมาสแรกนั้นสำคัญมากแค่ไหน นอกจากจะให้สารอาหารที่เป็นประโยชน์เพื่อร่างกายของตัวคุณแม่เองแล้ว ยังจำเป็นต้องเผื่อสารอาหารที่ดี มีประโยชน์ให้แก่ลูกน้อยในครรภ์ เพื่อนำไปใช้ในการสร้างร่างกายให้สมบูรณ์ แข็งแรงอีกด้วย ลองมาส่องเมนูแนะนำ ที่วันนี้เรานำมาฝากคุณแม่ทั้งหลายให้ได้ลิ้มลอง รสชาติความอร่อยที่ไม่ได้มีดีแค่ความอร่อย แต่ยังมากด้วยคุณค่าทางโภชนาการอีกด้วย เรียกได้ว่า อาหารพร้อมฟิตร่างกายของแม่เพื่อประโยชน์ถึงแก่ลูกน้อยแน่นอน

1. Chickpeas หรือถั่วลูกไก่

นักวิจัย ได้ค้นพบว่าถั่วลูกไก่นั้นมีส่วนสำคัญในการก่อตัวของ “ท่อประสาท” ซึ่งจะสร้างสมอง และไขสันหลังของทารกในครรภ์ แถมเป็นแหล่งโฟเลตสูง สารอาหารที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับแม่ที่ตั้งครรภ์

เมนูถั่ว chickpeas
เมนูถั่ว chickpeas

มะเขือม่วงอบชีส และถั่วลูกไก่ (chickpeas)

ส่วนผสม (สำหรับ 2 ที่) เตรียม 20 นาที ปรุง 40 นาที

  • กระเทียมสับละเอียด 1 ช้อนชา
  • หอมหัวใหญ่สับละเอียด 2 ช้อนชา
  • เนื้อมะเขือเทศหั่นเต๋าเล็ก 100 กรัม
  • แครอตหั่นเต๋าเล็ก 20 กรัม
  • ถั่วลูกไก่ต้มสุก 100 กรัม
  • มะกอกดำ 6 ลูก
  • มะเขือม่วง หั่นตามขวางหนาประมาณ 0.5 เซนติเมตร 6 ชิ้น
  • มอซซาเรลลาชีสขูด 150 กรัม
  • ผงขมิ้นและผงยี่หร่า อย่างละเล็กน้อย
  • เกลือและพริกไทยดำป่นอย่างละเล็กน้อยสำหรับปรุงรส
  • น้ำมันมะกอก สำหรับผัดและย่างมะเขือม่วง
  • น้ำเปล่าเล็กน้อย

วิธีทำ

  1. อุ่นเตาอบด้วยไฟบน – ล่างไว้ที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส เตรียมไว้
  2. ทำซอส โดยตั้งกระทะใส่น้ำมันมะกอกลงไปใช้ไฟปานกลาง พอร้อนใส่กระเทียมและหัวหอมลงไปผัดให้สุกมีกลิ่นหอม หรี่ไฟลงแล้วใส่มะเขือเทศผัดจนนิ่ม เติมน้ำเล็กน้อยพอเดือดใส่แครอต ถั่วลูกไก่ และมะกอกลงไป ปรุงรสด้วยเกลือ พริกไทย ใส่ผงขมิ้นและผงยี่หร่าเพิ่มความหอม ผัดให้เข้ากันพอส่วนผสมเริ่มแห้งปิดไฟ ยกลงพักให้เย็น
  3. นำมะเขือม่วง ไปย่างกับน้ำมันมะกอกบนกระทะพอสุก ปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทยตักขึ้น วางมะเขือม่วงชิ้นที่ 1 ลงในจานเสิร์ฟที่เข้าอบได้ ตามด้วยซอสที่ผัดไว้ในข้อ 2 วางมะเขือม่วงชิ้นที่ 2 ทับลงไปสลับกับซอส และปิดท้ายด้วยมะเขือม่วงชิ้นที่ 3 จึงโรยด้วยชีสให้ทั่วนำเข้าอบประมาณ 3 นาที จนชีสละลายและเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทอง นำออกมาพร้อมเสิร์ฟ
ขอขอบคุณข้อมูลอ้างอิงจาก สูตร : Seven Spoons ภาพ : จิรวัฒน์ มหาทรัพย์ถาวร สไตล์ : พิมฝัน ใจสงเคราะห์ : goodlifeupdate.com

2. ผักใบเขียว 

ผักใบเขียวนอกจากจะอุดมไปด้วยโฟเลตที่จำเป็นต่อแม่ท้องแล้ว ในช่วงเวลาตั้งครรภ์มักพบว่า อาการท้องผูกมักเกิดขึ้นบ่อย ดังนั้นใยอาหาร และไฟเบอร์จากผักจะช่วยให้ระบบขับถ่ายของแม่ท้องเป็นไปได้ด้วยดีมากยิ่งขึ้น

กุยช่ายผัดตับ เมนูอาหารคนท้อง 1-3 เดือน
กุยช่ายผัดตับ เมนูอาหารคนท้อง 1-3 เดือน

 กุยช่ายผัดตับ 

ส่วนผสม
  • ดอกกุยช่าย 100 กรัม (ประมาณ 3 – 4 ถ้วย)
  • ตับหมู (จากหมูเลี้ยงตามธรรมชาติ) 100 กรัม
  • ขิงสับ 1 ช้อนโต๊ะ
  • กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
  • พริกไทยป่น ¼ ช้อนชา
  • ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนชา
  • น้ำมันงา 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลทรายเล็กน้อย (หากไม่ชอบหวานไม่ใส่ก็ได้)
  • น้ำเปล่าสำหรับลวกตับหมู
  • น้ำเย็นสำหรับแช่ตับหมูที่ลวกแล้ว
  • เกลือเล็กน้อย
  • ข้าวต้มข้าวกล้องห้าสี
วิธีทำ
  1. ล้างดอกกุยช่ายให้สะอาด หั่นเป็นท่อน พักไว้
  2. ล้างตับหมูให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นใหญ่ พักไว้ ใส่น้ำลงในหม้อ เติมเกลือ ยกขึ้นตั้งไฟให้เดือดใส่ตับหมูลงไปลวกประมาณ 3 นาทีแล้วนำไปแช่ในน้ำเย็น พักไว้
  3. ตั้งกระทะใส่น้ำมันงาลงไป ตามด้วยขิงและกระเทียมสับ ผัดจนมีสีเหลืองและหอมนำตับลวกขึ้นจากน้ำเย็นใส่ลงไปผัด ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว น้ำตาลทราย เร่งไฟขึ้นแล้วใส่ดอกกุยช่าย ผัดเร็วๆ จนสุก ปิดไฟ ตักใส่จานโรยพริกไทย รับประทานกับข้าวสวยหรือข้าวต้มข้าวกล้องห้าสี
ขอขอบคุณข้อมูลอ้างอิงจาก สูตรอาหาร : อาจารย์วันทนี ธัญญา เจตนธรรมจักร ภาพ :Anthony Adamson : goodlifeupdate.com

อ่านต่อ>> แจกสูตรเด็ด เมนูอาหารคนท้อง 1-3 เดือน ทั้งอร่อยได้ประโยชน์ คลิกหน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

เรียนจีนออนไลน์

ส่งลูกไปเรียนที่จีน VS เรียนจีนออนไลน์ ข้อดี ข้อเสีย

คุณพ่อคุณแม่คิดเหมือนกันไหมคะว่า ต่อให้สถานการณ์ทางสังคม ทั้งในบ้านเราเอง หรือต่างประเทศไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม สิ่งหนึ่งที่ไม่อยากให้เป็นอุปสรรคกระทบกับอนาคตลูก ก็คือในเรื่องของการศึกษา ซึ่งการเรียนตามวิชาพื้นฐานในโรงเรียน หรือการส่งเสริมให้ลูกได้เรียนพิเศษภาษาที่สาม เช่น ภาษาจีน เชื่อว่าย่อมส่งผลดีมากกว่าผลเสียกับตัวของเด็ก ๆ ค่ะ

ภาษาจีน กลายเป็นภาษาที่สามที่เด็กยุคใหม่ไม่รู้ไม่ได้รองลงมาจากภาษาอังกฤษ ภาษาจีนเป็นหนึ่งในภาษาที่สาม ช่วยเปิดประตูโอกาสด้านอาชีพ หน้าที่การงาน และธุรกิจต่าง ๆ ในอนาคตได้ดีมาก ๆ เนื่องจากประเทศจีนเป็นประเทศมหาอำนาจ และมีแบรนด์ดังจากจีนมากมายที่ก่อตั้งขึ้นมาหลากหลาย บริษัท require & perfer คนที่พูดภาษาจีนได้เป็นอันดับแรก ดังนั้นการรู้ภาษาจีน จึงสร้างความได้เปรียบให้กับลูกในอนาคตได้มากกว่า

LingoAce

ทีมแม่ABK บอกแบบนี้แล้ว คุณพ่อคุณแม่ที่สนใจอยากจะให้ลูกได้เรียนภาษาจีนเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว อาจจะกำลังคิดว่าก็ส่งลูกไปเรียนที่จีนเลยซิ เพื่อที่จะได้มีความเข้าใจ และกล้าที่จะสื่อสาร สามารถฟัง พูด อ่าน เขียน ได้อย่างคล่องแคล่ว มีประสิทธิภาพเก่งเหมือนกับเจ้าของภาษา

แต่ช้าก่อน และใจเย็น ๆ กันสักนิดนะคะ การส่งลูกไปเรียนที่จีน หากจะให้เรียนคอร์สระยะสั้น หรือเรียนระยะยาว กับสถานการณ์ปัจจุบันนี้ คงต้องคิดให้รอบครอบสักนิดว่า จริง ๆ แล้วเราควรจะส่งลูกไปเรียนที่จีน ? หรือเรียนออนไลน์เสริมภาษาจีนสำหรับเด็กที่ไทยก็ได้ น่านะเวิร์ค ประหยัดเงิน ประหยัดเวลามากกว่า ?

น่าคิดนะคะ ถ้อย่างนั้นเราลองมาสรุปข้อดี ข้อเสีย ของการส่งลูกไปเรียนที่จีน กับ เรียนจีนออนไลน์ อยู่ที่บ้าน แบบไหนจะเวิร์คกว่ากัน

เรียนจีนออนไลน์ LingoAce

ถามว่าการส่งลูกไปเรียนภาษาที่จีนดีไหม ดีค่ะ เพราะลูกจะได้รู้จักเพื่อนใหม่ ๆ ได้ประสบการณ์การใช้ชีวิต ได้เรียนกับเจ้าของภาษา แต่ถ้าเทียบกับค่าใช้จ่ายต่าง ๆ บวกกับสถานการณ์ความเสี่ยงของการแพร่ระบาดโควิด การให้ลูกได้เรียนจีนออนไลน์อยู่ที่ไทย น่าจะปลอดภัย และประหยัดค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ได้มากกว่า

ที่สำคัญ การเรียนจีนออนไลน์ กับสถาบันสอนภาษาจีนออนไลน์สำหรับเด็ก LingoAce เป็นสถาบันสอนภาษาจีนอันดับต้น ๆ ที่มีหลักสูตรการเรียนภาษาจีนออนไลน์สำหรับเด็กอายุ 6 – 15 ปี เป็นหลักสูตรที่ผ่านการรับรองจากกระทรวงศึกษาธิการจีน และสิงค์โปร์ นอกจากนี้คุณครู (เหล่าซือ) เจ้าของภาษาคนจีนแท้ ๆ มีประสบการณ์การสอนมากกว่า 3 ปี ผ่านการคัดเลือกมาอย่างเข้มข้น คือถึงเด็ก ๆ จะไม่ได้เดินทางไปเรียนที่จีน แต่เรียนอยู่ที่ไทยก็ได้ประสิทธิภาพไม่แพ้กันเลยค่ะ

หลักสูตรการเรียนภาษาจีนออนไลน์สำหรับเด็ก ที่ LingoAce จะแบ่งออกเป็น 2 หลักสูตร ซึ่งเป็นหลักสูตรที่ผ่านการรับรองจากกระทรวงศึกษาธิการจีน และสิงค์โปร์

1. หลักสูตรสิงคโปร์ (Singapore Program)

พัฒนามาจากหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการสิงคโปร์ เป้าหมายของการเรียนคือเพื่อให้มีความสามารถในการสอบจบระดับประถมศึกษาของสิงคโปร์ (PSLE) ซึ่งเน้นพัฒนาทักษะการฟัง พูด อ่าน และเขียน โดยจำลองสิ่งต่าง ๆ  และมีการโต้ตอบกับเหล่าซือตลอดคาบเรียน หลักสูตรนี้แบ่งออกเป็น 6 ระดับ ได้แก่

ระดับที่ 1 และ 2 – เน้นการออกเสียงขั้นพื้นฐานและทักษะการพูด

ระดับที่ 3 และ 4 – ฝึกทักษะการอ่านและเขียน การสนทนาโต้ตอบ

ระดับที่ 5 และ 6 – การสนทนาด้วยปากเปล่า การอ่านบทความยาวและการเขียน

2. หลักสูตรสากล (International Program)

สำหรับเด็กไม่มีพื้นฐานก็เรียนได้ เน้นพัฒนาทักษะฟัง พูด อ่านและเขียนให้เด็ก ๆ สามารถสื่อสาร ภาษาจีน ในชีวิตประจำวันได้อย่างมั่นใจ โดยแบ่งคลาสเรียนออกเป็น 4 ระดับ

เลเวล 1 – ทำความเข้าใจวลี ประโยคที่ใช้ประจำวันได้

เลเวล 2 – ฝึกให้สามารถพูดคุยสื่อสารขั้นต้นได้

เลเวล 3 – สื่อสารหัวข้อในชีวิตประจำวันที่คุ้นเคยกับอิริยาบถทั่วไป

เลเวล 4 – สื่อสารภาษาจีนเพื่อการศึกษา ในขั้นต้นและระดับผู้เชี่ยวชาญ

สถาบันสอนภาษาจีนออนไลน์สำหรับเด็ก LingoAce เหมาะสำหรับเด็กอายุ 6-15 ปี ที่ LingoAce ดีมาก ๆ อย่างหนึ่งเลยคือเขาการันตีให้กับเด็ก ๆ ที่ไม่มีพื้นฐานภายใน 3 เดือนสามารถพูดได้คล่อง หรือเด็กที่มีพื้นฐานอยู่บ้างแล้ว ต้องการมาเรียนเพื่อนำไปใช้สอบ ทาง LingoAce ก็การันตีผลลัพธ์ให้ด้วยเช่นกันค่ะ คลาสเรียนมีทั้งแบบกลุ่มไม่เกิน 6 คน และแบบเดี่ยว ราคาเริ่มต้นเพียง 300 บาทต่อครั้ง* มีหลากหลายแพ็กเกจให้เลือกตั้งแต่ Small , Medium และ Large

รูปแบบการเรียนจีนออนไลน์ กับสถาบันสอนภาษาจีนออนไลน์สำหรับเด็ก LingoAce จะมีการสอนแบบ Gamification & Interaction เด็ก ๆ จะเรียนสนุก ได้ประสิทธิภาพ ไม่น่าเบื่อ ในระยะเวลาที่เหมาะสม 55 นาที ต่อ 1 ครั้ง มีผู้ดูแลและที่ปรึกษาทางการเรียนแบบ 4 ต่อ 1 คอยออกแบบเส้นทางการเรียนรู้ที่เหมาะสมให้กับเด็กแต่ละคน ทำให้เกิดผลลัพธ์ที่คาดหวังได้ และมีประสิทธิภาพไม่แพ้การไปเรียนที่ประเทศจีนเลยล่ะค่ะ

หากการ เรียนจีนออนไลน์ ที่ไทยจะทำให้เด็ก ๆ มีทักษะ ฟัง พูด อ่าน เขียน ได้เก่งมีประสิทธิภาพเหมือนกับส่งไปเรียนที่จีน แถมยังช่วยประหยัดงบประมาณต่าง ๆ ลงได้มากขนาดนี้ ทีมแม่ABK ก็แนะนำให้ลูก ๆ ของคุณพ่อคุณแม่ได้เรียนจีนออนไลน์อยู่ที่ไทยกันนะคะ

พิเศษสำหรับแฟนเพจ Amarin Baby Kids 10 ท่านแรก รับสิทธิ์ทดลองเรียนและโปรโมชั่นที่คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม ลงทะเบียนรับสิทธิ์ที่นี่ https://bit.ly/3kFq1DZ  ด่วนจำนวนจำกัด  

 

วัคซีน Pfizer

ทำความรู้จัก!! วัคซีน Pfizer ป้องกันโรคโควิด-19 ในเด็ก

รัฐบาลเผย!! วัคซีน Pfizer 30 ล้านโดส ทยอยเข้าไทยตุลาคมนี้ ทยอยฉีดให้เด็ก 12-18 ปี ประมาณ 4 ล้านคน ก่อนรัฐบาลเปิดให้เด็ก ๆ ได้ฉีด เรามาทำความรู้จักกับวัคซีนไฟเซอร์กันเถอะ!!

ทำความรู้จัก!! วัคซีน Pfizer ป้องกันโรคโควิด-19 ในเด็ก

เมื่อวันที่ 27 ส.ค. 2564 ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ “แจงให้เคลียร์กับทีมโฆษกรัฐบาล” ถึงการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ให้เด็กอายุเกิน 12 ปีขึ้นไป ตามข่าวดังนี้

รัฐบาล เผยไฟเซอร์ 30 ล้านโดส ทยอยเข้าไทย ต.ค.นี้ จะทยอยฉีดให้เด็ก 12-18 ปี ประมาณ 4 ล้านคน ย้ำผู้ปกครองไม่ต้องกังวล ดูแลทุกกลุ่มแน่นอน

เมื่อวันที่ 27 ส.ค. 2564 ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ ”แจงให้เคลียร์กับทีมโฆษกรัฐบาล” ถึงการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ให้เด็กอายุเกิน 12 ปีขึ้นไป ว่า ที่ผ่านมารัฐบาลมีนโยบายฉีดวัคซีนให้กับกลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป และประชาชนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง 7 โรค และขณะนี้รัฐบาลลงนามจัดซื้อวัคซีนวัคซีนไฟเซอร์ 30 ล้านโดส โดยจะทยอยเข้ามาในเดือน ต.ค.นี้ และจะทยอยฉีดให้เด็กอายุต่ำกว่า 18 ที่จะต้องไปโรงเรียนและรวมกลุ่มทางสังคม เนื่องจากได้รับการยอมรับให้ฉีดในเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ได้

โดยกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงศึกษาธิการ จะบริหารจัดการวัคซีนให้เด็กอายุระหว่าง 12- 18 ปี ที่มีประมาณ 4 ล้านคน และวันนี้ได้ฉีดให้เด็กอายุ 12-18 ปี ที่อยู่ในกลุ่ม 7 โรคเสี่ยงแล้วเหมือนกับประชาชนทั่วไป ฉะนั้นผู้ปกครองไม่ต้องกังวลเพราะรัฐบาลดูแลคนทุกกลุ่มอย่างแน่นอน

ขอบคุณข่าวจาก : ข่าวสด

สำหรับแม่ ๆ ที่มีลูกอายุ 12 – 18 ปี อาจจะกังวลถึงอาการข้างเคียงและอยากรู้ข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับ วัคซีน Pfizer เพื่อเตรียมพร้อมร่างกายให้ลูกเมื่อถึงเวลาที่จะได้รับวัคซีน ทีมแม่ ABK จึงขอรวบรวมข้อมูล วัคซีน Pfizer มาให้ได้อ่านกันค่ะ

วัคซีนไฟเซอร์
วัคซีนไฟเซอร์

รู้จักวัคซีนโควิดชนิดต่าง ๆ

เราทราบกันดีว่าวัคซีนโควิดนั้นมีหลากหลายชนิด มีทั้งข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันไป ก่อนอื่น มาทำความรู้จักวัคซีนโควิดชนิดต่าง ๆ กันก่อนค่ะ วัคซีนโควิดในขณะนี้มีอยู่ 3 ชนิดหลัก ๆ ได้แก่

  1. วัคซีนชนิด mRNA คือ การใช้สารพันธุกรรม RNA ไวรัส ส่วนที่สร้างโปรตีนหนามแหลมแล้วห่อหุ้มด้วยไขมันเพื่อให้เชลล์ของเราสร้างหนามแหลม (Spike) โปรตีนมากระตุ้นการสร้างภูมิต้านทาน วัคซีนชนิดนี้ เช่น ไฟเซอร์ – ไอโอเอ็นเทค (Pfizer – BioNTech) และโมเดอร์นา (Moderna)
    • วัคซีนนี้มีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคได้สูง
    • ในอดีตยังไม่มีวัคซีนที่ผลิตด้วยกระบวนการนี้ใช้ในมนุษย์มาก่อน
    • ต้องเก็บรักษาในอุณหภูมิ -70 ํC ถึง -20 ํC ทำให้ขนส่งได้ยากราคาแพง
  2. วัคซีนชนิดไวรัสเวคเตอร์ คือ การใช้พันธุกรรมส่วนหนามแหลมของไวรัสที่ก่อโรคโควิด-19 ฝากไว้ในไวรัสชนิดอื่นที่ไม่ก่อโรคในมนุษย์ ในการสร้างภูมิต้านทานในร่างกาย วัคซีนชนิดนี้ เช่น ออกซ์ฟอร์ด-แอสทราเซเนกา (Oxford-AstraZeneca) สปุตนิก-ไฟว์ (Sputnik V) แคนซีโน ไบโอโลจิกส์ (CanSino Biologics)
    • เป็นวัคซีนที่สามารถผลิตได้จำนวนมากอย่างรวดเร็ว
    • ราคาถูกกว่า
    • เก็บรักษาได้ง่ายในอุณภูมิเย็นธรรมดา 2-8ํ ํC
  3. วัคซีนชนิดเชื้อตาย เพาะเลี้ยงไวรัสในเซลล์เพาะลี้ยงจำนวนมาก ทำให้ตายด้วยสารเคมีทำให้บริสุทธิ์ และใส่รวมเข้ากับสารกระตุ้นภูมิ (Adjuvant) วัคซีนชนิดนี้ เช่น ซิโนแวค (Sinovac) ซิโนฟาร์ม (Sinopharm) ของจีน
    • วัคซีนนี้ใช้ได้คนที่มีภูมิต้นทานต่ำได้ พราะเป็นเชื้อที่ไม่ก่อโรค
    • มีความยากลำบากในการผลิต ที่ต้องใช้สถานที่ที่ปลอดภัยสูงทำให้มีราคาแพง
วัคซีนโควิด
วัคซีนโควิด

วัคซีนไฟเซอร์ (Pfizer Vaccine Covid) คืออะไร?

วัคซีนโควิดไฟเซอร์ คือ วัคซีนสำหรับฉีดเพื่อกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันต่อไวรัสโควิด SARS-CoV-2 มีชื่อทางการค้าตามเอกสารกำกับยาภาษาไทยว่า โคเมอร์เนตี (COMIRNATYTM) ปัจจุบัน มีการอนุมัติใช้กับเด็กอายุตั้งแต่ 12-18 ปี ภายในประเทศไทยเป็นชนิดแรก (ณ เดือนสิงหาคม พ.ศ. 2564) โดยมีข้อมูลการศึกษาประสิทธิภาพและความปลอดภัย ดังต่อไปนี้

ประสิทธิภาพของวัคซีน Pfizer ในเด็ก

  1. วัคซีน Pfizer มีประสิทธิภาพ 100% ในการป้องกันโรคโควิด-19 ที่แสดงอาการ เมื่อเปรียบเทียบกับประสิทธิภาพการป้องกันในผู้ใหญ่
  2. วัคซีน Pfizer สามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันในเด็ก ระดับใกล้เคียงกับผู้ใหญ่อายุ 16-25 ปี โดยมีระดับภูมิคุ้มกันอยู่ในเกณฑ์ดีถึงดีมาก

ผลข้างเคียงของวัคซีน Pfizer ในเด็ก

  1. ผลข้างเคียงที่พบบ่อย เช่น เจ็บบริเวณตำแหน่งที่ฉีด อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ
  2. อาการข้างเคียงเฉพาะที่ ที่เกิดขึ้นเล็กน้อย เช่น บวม แดงในตำแหน่งที่ฉีด
  3. อาการข้างเคียงทั้งระบบ เช่น ไข้ หนาวสั่น คลื่นไส้ อาเจียน ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ปวดข้อ
  4. และอาการข้างเคียงกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบและหรือเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบเป็นอาการข้างเคียงที่พบรายงานในอัตราต่ำมาก

นอกจากนี้ยังมีอาการที่พบไม่บ่อย ดังนี้

  1. ผื่น คัน ลมพิษ ปฏิกิริยาภูมิไวเกิน (Angioedema)
  2. นอนไม่หลับ
  3. ภาวะต่อมน้ำเหลืองโต (Lymphadenopathy)
  4. ปวดตามแขนขา
  5. คัน หรือ รู้สึกไม่สบายบริเวณที่ฉีดยา

คำแนะนำจากแพทย์

จากภาพรวมข้อมูลด้านประสิทธิภาพของวัคซีน Pfizer ที่มีการฉีดในเด็กพบว่า มีผลดีมากกว่าผลข้างเคียง ซึ่งพบได้ในอัตราที่ต่ำ ปัจจุบันในประเทศไทยแนะนำให้ฉีดวัคซีนในผู้ป่วยเด็กที่มีโรคประจำตัวหรือมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรครุนแรงซึ่งขณะนี้มีเพียงวัคซีนชนิด mRNA เช่น วัคซีน Pfizer ที่มีข้อแนะนำให้สามารถฉีดในเด็กได้ ส่วนวัคซีนชนิดอื่น ๆ เช่น วัคซีนชนิดเชื้อตาย หรือชนิดไวรัสเวกเตอร์ ยังไม่มีคำแนะนำการฉีดในเด็ก

ข้อควรระวังเมื่อต้องเข้ารับการฉีดวัคซีนโควิดไฟเซอร์ (Pfizer)

  • วัคซีนโควิดไฟเซอร์ (Pfizer) หรือวัคซีนโคเมอร์เนตี ไม่ควรใช้ในผู้ที่มีประวัติแพ้ตัวยา หรือส่วนประกอบตัวใดตัวหนึ่งของวัคซีน
  • หากมีรายงานพบการแพ้แบบ Anaphylaxis ควรเตรียมความพร้อมการแพ้ยาขั้นรุนแรง (Anaphylactic Reaction) หลังจากฉีดวัคซีน ด้วยการติดตามอาการอย่างใกล้ชิดหลังฉีดวัคซีน 30 นาที
  • พบรายงานการเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ และเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบหลังจากฉีดวัคซีนเข็ม 2 ภายใน 14 วัน ในผู้รับวัคซีนเพศชายวัยหนุ่ม แต่อาการไม่แตกต่างจากภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบในสภาวะปกติ

ผู้ที่มีอาการต่อไปนี้ ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อวินิจฉัย

  • อาการที่เป็นผลจากความวิตกกังวล ปฏิกิริยาของเส้นประสาทวากัส (หมดสติ) ภาวะหายใจถี่กว่าปกติ หรือปฏิกิริยาอันเนื่องมาจากความเครียด
  • มีไข้สูงเฉียบพลัน ควรเลื่อนการฉีดวัคซีนไปก่อน
  • ภาวะเกล็ดเลือดต่ำ และความผิดปกติของการแข็งตัวของเลือด ควรฉีดวัคซีนด้วยความระมัดระวังในผู้ที่ได้รับยาต้านการแข็งตัวของเลือด
  • ยังไม่มีการทำการประเมินประสิทธิผล ความปลอดภัย และความสามารถในการสร้างภูมิในผู้ที่ภูมิคุ้มกันบกพร่อง แต่ในเอกสารกำกับยาระบุว่า ประสิทธิผลของวัคซีนโควิดโคเมอร์เนตีอาจลดลง

ข้อจำกัดของวัคซีนโควิดไฟเซอร์ (Pfizer)

การฉีดวัคซีนโควิดไฟเซอร์ ไม่ได้ป้องกันโรคในผู้รับวัคซีนทุกราย เช่นเดียวกับวัคซีนอื่น และยังไม่ทราบระยะเวลาป้องกันโรคที่ชัดเจน เนื่องจากยังอยู่ในระหว่างการศึกษาผลวิจัย

อ่านต่อบทความดี ๆ คลิก

ผู้เชี่ยวชาญคาด อนาคตโควิดจะกลายเป็น โรคระบาดในเด็กเล็ก

รู้ก่อนป้องกันได้! ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ เด็กติดโควิดเสียชีวิต คืออะไร?

แยกให้ออก ภูมิแพ้ ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่กับโควิด -19 อาการ ต่างกันยังไง?

แม่แชร์ เมื่อลูกติดโควิด! วิธีรักษา – Home Isolation เด็ก

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : ศ. พญ.ธนินี สหกิจรุ่งเรือง โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย, ศ. นพ.ยง ภู่วรวรรณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย, ไทยรัฐ ออนไลน์, สำนักคณะกรรมการอาหารและยา, pfizer.com

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

ทารกไม่ถ่าย ลูกไม่ถ่าย

ทารกไม่ถ่าย ลูกไม่ถ่าย เรื่องใหญ่ไหม?สวนก้นเลยดีไหม?

ทารกไม่ถ่าย ลูกไม่ถ่าย แบบไหนที่เรียกว่าผิดปกติ ไม่ถ่าย 1-2วันปกติไหม ปัญหาสุขภาพที่พ่อแม่ควรรู้และสังเกต เพราะเป็นอาการที่ไร้สัญญาณเตือน รู้เร็วช่วยลูกได้

ทารกไม่ถ่าย ลูกไม่ถ่าย เรื่องใหญ่ไหม? สวนก้นเลยดีไหม?

ลูกน้อยวัยทารก สำหรับคุณพ่อคุณแม่ โดยเฉพาะพ่อแม่มือใหม่ด้วยแล้ว คงเกิดคำถามในใจว่า

“จะทราบได้อย่างไรว่าลูกกำลังสุขภาพดี สบายตัว ไม่เจ็บป่วย?”

สิ่งหนึ่งที่จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่สามารถประเมินได้ว่า ลูกน้อยวัยทารกแข็งแรงสมบูรณ์ดี หรือมีความผิดปกติหรือไม่นั้น คือ การสังเกตการขับถ่ายของลูก ไม่ว่าจะเป็นปัสสาวะ หรืออุจจาระ โดยสังเกตจากความถี่ในการเปลี่ยนผ้าอ้อม หรือสังเกตลักษณะของของเสียที่ลูกถ่ายออกมาเปื้อนบนผ้าอ้อม นั่นเอง

ลูกไม่ถ่าย ทารกไม่ถ่าย ไม่สบายตัว งอแง
ลูกไม่ถ่าย ทารกไม่ถ่าย ไม่สบายตัว งอแง

ความถี่ในการขับถ่าย

ความถี่ในการเปลี่ยนผ้าอ้อม นั่นแสดงถึงความถี่ในการขับถ่ายปัสสาวะ อุจจาระของทารก คุณพ่อคุณแม่ควรหมั่นสังเกต และนับจำนวนในการขับถ่ายของลูก เพราะสิ่งนี้สามารถบ่งบอกถึงภาวะการขาดน้ำ และอาการท้องผูกของทารกได้

  • ทารกแรกเกิดจนถึงอายุ 3 เดือน อาจถ่ายวันละประมาณ 2-3 ครั้ง หรือสัปดาห์ละ 5-40 ครั้ง
  • ทารกอายุ 3-6 เดือน จะถ่ายวันละ 2-4 ครั้ง
  • ทารกอายุ 6 เดือนขึ้นไป อาจถ่ายวันละประมาณ 1-2 ครั้ง หรือสัปดาห์ละ 5-28 ครั้ง

ทั้งนี้ ทารกอาจไม่ได้ถ่ายทุกวัน ซึ่งการที่ทารกไม่ถ่ายนั้นไม่ได้บ่งบอกว่ามีอาการท้องผูกเสมอไป หากสงสัยว่าลูกท้องผูก ควรสังเกตอาการอื่น ๆ ร่วมกับลักษณะอุจจาระว่าแข็งหรือมีเลือดปนออกมาด้วยหรือไม่

 แบบไหนเรียกว่าท้องผูกกันนะ? 

ทารกแต่ละคนมีความถี่ในการขับถ่ายแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับว่าเด็กดื่มนมแม่ หรือนมชง หัดกินอาหารได้หรือยัง และกินอาหารอะไรไปบ้าง พ่อแม่ควรหมั่นสังเกตอาการหรือความผิดปกติเกี่ยวกับการขับถ่าย อาการแบบไหนที่เรียกว่าท้องผูกกันนะ

  1. ทารกไม่ถ่าย ลูกไม่ถ่าย ติดต่อกันนานกว่า 2-3 วัน
  2. ออกแรงเบ่งอุจจาระมากกว่าปกติ หรือร้องไห้ขณะขับถ่าย
  3. อุจจาระมีเลือดปน มีลักษณะก้อนแข็งคล้ายเม็ดกระสุน
  4. อิ่มเร็ว ไม่กินอาหาร
  5. ท้องแข็ง

    เด็กท้องผูก ถ่ายยาก
    เด็กท้องผูก ถ่ายยาก

แก้ได้ต้องแก้ที่ต้นเหตุ (สาเหตุทารกไม่ถ่าย)

หากลูกน้อยของคุณพ่อคุณแม่มักมีอาการถ่ายไม่ออกบ่อย ๆ หรือท้องผูกเป็นประจำ เราควรหันมาสังเกตถึงพฤติกรรม และต้นเหตุที่แท้จริงว่า สาเหตุที่ทารกไม่ถ่ายเกิดจากเหตุอะไร ซึ่งสาเหตุที่ทารกท้องผูก ลูกไม่ถ่ายอาจแบ่งได้เป็น 2 ช่วงวัย ดังนี้

ทารกอายุน้อยกว่า 6 เดือน

  • ความผิดปกติตั้งแต่กำเนิด หากทารกอายุน้อยกว่า 1 เดือน และมีอาการท้องผูก ไม่ถ่ายควรรีบปรึกษากุมารแพทย์ เนื่องจากอาจเป็นอาการของภาวะลำไล้ใหญ่โป่งพองแต่กำเนิด แต่อย่าพึ่งกังวลมากไป เพราะมีโอกาสเกิดขึ้นประมาณ 1 ใน 5,000 คน ทางที่ดีควรปรึกษาแพทย์จะเป็นการดีที่สุด
  • แพ้นม ทารกที่รับประทานนมแม่มักไม่เกิดปัญหาท้องผูก หรือถ่ายยาก เนื่องจากน้ำนมแม่มีไขมัน และโปรตีนที่ช่วยให้อุจจาระไม่แข็งตัว จึงมีปัญหาเรื่องลูกไม่ถ่าย น้อยกว่าเด็กที่รับประทานนมชง แต่หากคุณพ่อคุณแม่สังเกตได้ว่าลูกเริ่มมีอาการถ่ายไม่ออก ท้องผูก อาจเป็นไปได้ว่าลูกแพ้นมสูตรนั้น ๆ สำหรับเด็กที่รับประทานนมชง หรือแพ้อาหารบางอย่างที่คุณแม่รับประทานเข้าไป และส่งผ่านน้ำนมแม่ไปสู่ลูกได้
  • คลอดก่อนกำหนด เนื่องจากระบบย่อยอาหารยังเจริญไม่เต็มที่ ส่งผลให้อาหารที่รับประทานเข้าไปเคลื่อนผ่านทางเดินอาหารช้า และย่อยได้ไม่สมบูรณ์ อุจจาระจึงมีลักษณะแห้ง และแข็ง ทำให้ลูกถ่ายไม่ออก

การดูแลเมื่อทารกไม่ถ่าย ลูกไม่ถ่าย ท้องผูก

สำหรับเด็กที่รับประทานนมแม่ คุณแม่ที่ให้นมบุตรจึงควรเลี่ยงอาหารที่ส่งผลต่อการขับถ่ายของลูก โดยการหมั่นสังเกต และจดบันทึกอาหารที่รับประทานในแต่ละวันที่ส่งผลต่อการขับถ่ายของลูกว่าสอดคล้องกันหรือไม่

ทารกอายุ 6 เดือนขึ้นไป

เมื่อทารกอายุมากกว่า 6 เดือน เริ่มเข้าสู่การรับประทานอาหารเสริม นอกเหนือจากนมในบางบ้าน อาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง และนำไปสู่ภาวะท้องผูกได้

  • นมชง เด็กที่ดื่มนมชงเพียงอย่างเดียวเสี่ยงเกิดท้องผูกได้มาก อีกทั้งยังต้องคอยปรับสูตรนมตามวัยของลูกอีกด้วยทำให้มีโอกาสเสี่ยงในการแพ้มากขึ้น และเนื่องจากนมชงมีส่วนผสมที่อาจทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานมากขึ้น  ส่งผลให้อุจจาระเป็นก้อน นอกจากนี้ หากทารกแพ้โปรตีนในน้ำนมก็อาจเกิดอาการท้องผูกได้

    กล้วย กับข้าว ทำให้ ลูกไม่ถ่าย ทารกไม่ถ่าย ท้องผูก
    กล้วย กับข้าว ทำให้ ลูกไม่ถ่าย ทารกไม่ถ่าย ท้องผูก
  • อาหารเสริม เมื่อเด็กเริ่มรับประทานอาหารเสริมนอกเหนือจากนมแม่ อาจทำให้ร่างกายไม่ได้รับของเหลว หรือน้ำในปริมาณเท่าเดิม และอาหารบางอย่างมีเส้นใยต่ำ ทำให้เป็นต้นเหตุให้เกิดอาการท้องผูกได้ง่าย
  • ภาวะขาดน้ำ อุจจาระ คือสิ่งหนึ่งที่เราสามารถสังเกตภาวะขาดน้ำของทารกได้ หากทารกประสบภาวะขาดน้ำหรือได้รับน้ำไม่เพียงพอ ร่างกายจะดูดซึมน้ำจากอาหารที่กินเข้าไป รวมถึงน้ำจากกากของเสียในร่างกาย ส่งผลให้อุจจาระแห้งและแข็งจนขับถ่ายลำบาก
  • อาการป่วยและยา อาการท้องผูกในทารกอาจเกิดจากปัญหาสุขภาพต่าง ๆ เช่น ไฮโปไทรอยด์ โบทูลิซึม (Botulism) อาการแพ้อาหารบางชนิด โรคเกี่ยวกับระบบการเผาผลาญอาหาร เป็นต้น รวมถึงอาการป่วยอื่น ๆ ที่อาจส่งผลให้เด็กกินอาหารหรือดื่มน้ำน้อยลง ทำให้ระบบการทำงานของร่างกายผิดปกติ และนำไปสู่ปัญหาท้องผูก นอกจากนี้ การใช้ยาระงับปวดชนิดเสพติดหรือธาตุเหล็กในปริมาณสูงก็ทำให้เกิดท้องผูกได้

การดูแลเมื่อทารกไม่ถ่าย ลูกไม่ถ่าย ท้องผูก

ปรับอาหารการกินของลูก การขับถ่ายมักสัมพันธ์กับอาหารการกินเป็นส่วนใหญ่อยู่แล้ว ดังนั้นเราจึงควรเริ่มจากการปรับอาหารที่ลูกรับประทานในแต่ละมื้อ ดังนี้

  • เปลี่ยนการให้นม ทารกที่ดื่มนมชงอาจแพ้ส่วนผสมบางอย่างของนมผง จึงควรปรึกษาแพทย์เพื่อเปลี่ยนยี่ห้อนม รวมทั้งสังเกตว่าเด็กแพ้ส่วนผสมใดในนมผง
  • เติมน้ำผลไม้ในนม น้ำผลไม้อาจบรรเทาอาการท้องผูกได้หากบริโภคในปริมาณเล็กน้อย โดยควรผสมน้ำแอปเปิ้ล น้ำลูกแพร์ หรือน้ำลูกพรุนลงไปในนมชง หรือน้ำนมแม่วันละประมาณ 30-60 มิลลิลิตร
  • เสริมใยอาหาร ด้วยอาหารที่มีเส้นใยมาก เช่น บร็อคโคลี่ ลูกพรุน ลูกแพร์ แอปเปิ้ล ลูกพีช ธัญพืช เป็นต้น
  • หลีกเลี่ยงอาหารที่เสี่ยงทำให้ท้องผูก ลดข้าว กล้วย แครอทสุก ที่สำคัญควรเลี่ยงไม่ให้ลูกกินข้าวกับกล้วย เนื่องจากข้าวและกล้วยจะจับตัวเป็นก้อนได้ง่าย ทำให้ย่อยยาก
  • ดื่มน้ำเยอะขึ้น เพราะน้ำเปล่า และนมจะช่วยให้ร่างกายของเด็กชุ่มชื้น และขับถ่ายอย่างสม่ำเสมอ
  • ดื่มน้ำลูกพรุนหรือน้ำลูกแพร์เพื่อกระตุ้นการบีบตัวของลำไส้ โดยควรผสมน้ำเปล่าเพื่อเจือจางความเข้มข้นของน้ำผลไม้ไม่ให้หวานจนเกินไป

อ่านต่อ 12 เมนูอาหารเด็ก 6 เดือน กับสูตรอร่อยเพื่อลูกวัยเริ่มกิน

ทารกไม่ถ่าย ลูกไม่ถ่าย สังเกตจากลักษณะอุจจาระ
ทารกไม่ถ่าย ลูกไม่ถ่าย สังเกตจากลักษณะอุจจาระ

ลูกไม่ถ่ายหลายวัน สวนทวารทารกเลยดีไหม?

ก่อนอื่นเมื่อลูกไม่ถ่ายหลายวัน ให้คุณพ่อคุณแม่ลองสังเกตพฤติกรรมการรับประทานนมว่า ลูกได้รับนมในปริมาณที่เพียงพอต่อร่างกายหรือไม่

ทารกนมแม่

หากทารกนมแม่ถ่ายน้อยลง เพราะนมไม่พอ จะรู้ได้จากการชั่งน้ำหนัก เพราะเราไม่สามารถรู้ปริมาณน้ำนมที่ลูกได้รับแบบชัดเจนเหมือนดั่งทารกที่เลี้ยงด้วยนมชง ถ้าน้ำหนักเคยเพิ่มเฉลี่ย 5 วัน 150 กรัม ก็แสดงว่านมแม่ไม่พอ ลูกจึงไม่ถ่าย เพราะเด็กกินน้อยลง ก็ถ่ายน้อยลงตามไปด้วย ซึ่งก็ไม่ได้หมายความว่า ลูกไม่ถ่ายเพราะท้องผูกเสมอไป ต้องดูองค์ประกอบอื่นร่วมด้วย

ทารกนมชง

ถ้าลูกกินนมครั้งละ 100 cc. วันละ 7 ครั้ง นมที่ได้ถือว่าเพียงพอ หากลูกอายุต่ำกว่า 6 เดือนยังไม่ควรให้ดื่มน้ำ เพราะจะทำให้เขาอิ่มเร็วก่อนที่จะได้รับปริมาณน้ำนมที่เพียงพอ

ทารกนมชง มีโอกาสท้องผูกมากกว่าทารกนมแม่
ทารกนมชง มีโอกาสท้องผูกมากกว่าทารกนมแม่

ดังนั้นหากคุณพ่อคุณแม่สังเกตพฤติกรรมลูกน้อยดังกล่าวแล้วพบว่าลูกไม่ได้ไม่ถ่าย เพราะรับปริมาณนมไม่เพียงพอ ยังคงกินได้ปกติ ทารกยังคงดูดนมได้ดี น้ำหนักขึ้นปกติ แต่ลูกไม่ถ่ายทุกวัน อันนี้ก็ต้องขอทำความเข้าใจว่าคนเราทุกคนไม่จำเป็นต้องถ่ายอุจจาระทุกวัน ถ้าเด็กถ่ายอุจจาระตามความถี่ปกติของวัยที่กล่าวมาข้างต้น และลักษณะอุจจาระไม่แข็ง ก็ไม่เรียกว่า ท้องผูก แต่หากลักษณะอุจจาระแข็งมีเลือดปน เด็กร้องทรมานทุกครั้งที่เบ่ง แสดงว่า ท้องผูก ต้องทำให้เด็กถ่ายอุจจาระออกมาให้ไว อย่าปล่อยไว้จนแข็งขึ้นไปอีก

ยาสวนทวาร กับทารก

ในเด็กทารกที่อายุต่ำกว่า 6 เดือนไม่แนะนำให้ใช้ยาสวนทวารที่ซื้อมาเอง ควรปรึกษาแพทย์ในการรักษา เพราะการสวนก้น ลูกน้อยจะทำให้เกิดการระคายเคืองเยื่อบุลำไส้ และกล้ามเนื้อหูรูดทวารหนักอาจเป็นแผลทำให้เกิดความเจ็บปวด ยิ่งส่งผลให้ลูกไม่ยอมเบ่ง เพิ่มพฤติกรรมกลัวการถ่ายอุจจาระ และยิ่งทำให้ท้องผูกมากยิ่งขี้น และส่งผลต่อพฤติกรรมของเด็กในระยะยาวได้

ยาถ่าย กับทารก

หากใช้บ่อยเกินไป จะส่งผลให้ลำไส้เคลื่อนไหวผิดปกติ ซึ่งอาจส่งผลให้ทารกเป็นโรคลำไส้กลืนกันได้

สรุปได้ว่า หากทารกเกิดอาการท้องผูก ไม่ถ่ายหลายวัน ควรปรึกษาแพทย์ในการรักษา จะได้ทำการรักษาอาการท้องผูกให้ตรงจุด ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบข้างเคียงแก่ลูกน้อยที่อาจเกิดขึ้นได้หากเราแก้ปัญหาท้องผูกของลูกไม่ตรงกับต้นเหตุที่แท้จริง

ขอขอบคุณข้อมูลอ้างอิงจาก
รศ.พญ.ประสบศรี อึ้งถาวร อาจารย์พิเศษภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย /
รศ.นพ. เสกสิต โอสถากุล ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาสงขลานครินทร์

หมัดเด็ด…เคล็ดลับ

วิธีการกระตุ้นการขับถ่ายของทารก

นอกจากการดูแลทารกเรื่องอาหารการกินที่เป็นสาเหตุหลักของการเกิดอาการท้องผูกของลูกน้อยแล้ว คุณพ่อคุณแม่ยังสามารถใช้เคล็ดลับในการช่วยกระตุ้นร่างกายของเจ้าตัวน้อยให้สามารถขับถ่ายอุจจาระได้ง่ายขึ้นได้อีกด้วย ดังนี้

  • ขยับบ่อย ๆ จะดีที่สุด

การเคลื่อนไหวร่างกายจะช่วยเร่งการย่อยอาหาร ส่งผลให้ร่างกายลำเลียงของเสียออกไปได้เร็ว โดยพ่อแม่อาจฝึกทารกที่ยังเดินไม่ได้ให้ถีบจักรยานกลางอากาศ หรือหากทารกยังคลานไม่ได้ อาจช่วยนวดกระตุ้นขา

นวดท้องกระตุ้นการขับถ่าย
นวดท้องกระตุ้นการขับถ่าย
  • นวดท้องกระตุ้น สัมผัสรักจากแม่

วิธีนี้จะช่วยกระตุ้นลำไส้ ช่วยให้ขับถ่ายได้ง่าย โดยเริ่มจากการนวดท้องส่วนล่างด้านซ้ายของลูก ซึ่งอยู่ใต้สะดือประมาณ 3 นิ้วมือ โดยใช้ปลายนิ้วกดลงไปเบา ๆ อย่างสม่ำเสมอประมาณ 3 นาที และควรหมั่นนวดวันละหลายครั้งจนกว่าจะถ่ายได้ปกติ

  • ว่านหางจระเข้ช่วยได้

หากลูกถ่ายลำบากจนมีเลือดออก หรือผิวหนังบริเวณทวารหนักฉีกขาด อาจช่วยบรรเทาด้วยการใช้ครีมที่มีส่วนผสมของว่านหางจระเข้ทาบริเวณดังกล่าวเพื่อช่วยบรรเทาความเจ็บปวด

ข้อมูลอ้างอิงจาก www.pobpad.com

อ่านต่อบทความดี ๆ คลิก

กินนมแม่..แต่..ลูกไม่ถ่าย..แม่ควรกินอะไร?

อุทาหรณ์..แม่เตือน ล้างขวดนม ผิดวิธี เสี่ยงทำลูกติดเชื้อในกระเพาะอาหารได้

5 วิธีแก้ปัญหา ลูกท้องอืดท้องเฟ้อ

8 ตัวการทำ “น้ำนมหด น้ำนมน้อย” แม่ลูกอ่อนอย่าหาทำ!!

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

เด็กติดโควิดเสียชีวิต

รู้ก่อนป้องกันได้! ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ เด็กติดโควิดเสียชีวิต คืออะไร?

เด็กติดโควิดเสียชีวิต –  ก่อนหน้านี้การระบาดของโควิด-19 ในระลอกแรก กลุ่มเด็กเล็กเป็นกลุ่มที่ไม่น่าเป็นห่วงเมื่อเทียบกับกลุ่มอื่นๆ เนื่องจากในเวลานั้นรายงานอาการของโควิดที่รุนแรงในเด็กยังพบได้น้อย และยังไม่พบเด็กที่เสียชีวิตจากการติดเชื้อโควิด-19 แต่ปัจจุบันด้วยสถานการณ์ของเชื้อไวรัสที่มีการกลายพันธุ์ไป ตลอดจนตัวเลขสถิติต่างๆ ที่พบ อาจทำเราต้องเปลี่ยนความคิดใหม่

รู้ก่อนป้องกันได้! ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ เด็กติดโควิดเสียชีวิต คืออะไร?

อย่างที่ทราบกันดีว่า สายพันธุ์เดลต้าได้กลายเป็นสายพันธุ์หลักของเชื้อโควิด-19 ในหลายประเทศ ซึ่งกำลังแพร่ระบาดในเด็กและเยาวชนมากขึ้นเรื่อยๆ จากข้อมูลการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในประเทศไทย พบมีเด็กติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นในแต่ละวัน เฉลี่ยวันละกว่า 2,000 คน มียอดเด็กติดเชื้อสะสมตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-20 ส.ค. รวม 109,961 คน ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 11.21 ของผู้ติดเชื้อทั้งหมด และมีเด็กที่เสียชีวิตจากโควิด-19 มากกว่า 10 รายแล้ว ล่าสุด ซึ่งพบเด็กชายวัย 12 ปีป่วยเป็นมะเร็งต่อมไพเนียลและติดเชื้อโควิดและได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา

นอกจากนี้วิกฤตการระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ ส่งผลให้หลายประเทศทั่วโลกพบเด็กติดโควิด-19 ต้องเข้าโรงพยาบาลหรือรักษาตัวในไอซียูไปจนถึงขั้นเสียชีวิตมากขึ้นอย่างน่าตกใจ โดยในอินโดนีเซียมีเด็กเสียชีวิตสูงเกินกว่า 1,200 คน ในสหรัฐอเมริกามีเด็กที่เข้ารับการรักษาและเสียชีวิตสูงเกินกว่า 1,900 ราย ด้วยเหตุนี้เองสถานการณ์การติดเชื้อโควิด-19 ในเด็ก จึงค่อนข้างน่าวิตกเป็นอย่างยิ่งในขณะนี้

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เด็กติดโควิดอาการรุนแรง หรือ เสียชีวิต

ตามรายงานของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) พบเด็กป่วยหนักจากโควิด-19 ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลในหอผู้ป่วยหนัก หรือใช้เครื่องช่วยหายใจ ซึ่งเด็กที่มีโรคต่อไปนี้อยู่เดิม อาจมีความเสี่ยงสูง ที่จะป่วยรุนแรงจากโควิด-19  จนถึงขั้นเสียชีวิตได้

  • โรคอ้วน
  • โรคเบาหวาน
  • โรคหอบหืด
  • โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด
  • ภาวะทางระบบประสาท และพัฒนาการ
  • ภาวะทางพันธุกรรม หรือภาวะที่ส่งผลต่อการเผาผลาญอาหาร
  • โรคไตวายเรื้อรัง
  • โรคหลอดเลือดสมอง
  • โรคมะเร็งและภาวะภูมิคุ้มกันต่ำ
เด็กติดโควิดเสียชีวิต
เด็กติดโควิดเสียชีวิต

ความเสี่ยงของเด็กทารกหากติดเชื้อ COVID-19

นอกจากนี้ สำหรับเด็กทารกที่อายุต่ำกว่า 1 ปี อาจมีความเสี่ยงที่จะป่วยหนัก จาก COVID-19 ได้มากกว่าเด็กโต ทั้งนี้เป็นเพราะระบบภูมิคุ้มกันที่ยังทำงานได้ไม่เต็มที่ และทางเดินหายใจที่มีขนาดเล็ก ซึ่งทำให้มีแนวโน้มที่จะเกิดปัญหาเกี่ยวกับการหายใจจากการติดเชื้อไวรัสทางเดินหายใจ ทารกแรกเกิดสามารถติดเชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุของ COVID-19 ในระหว่างการคลอดบุตร หรือจากการสัมผัสกับผู้ดูแลที่ป่วยหลังคลอด หากแม่ติดเชื้อโควิด-19 หรือกำลังรอผลการทดสอบเนื่องจากอาการ ขอแนะนำว่าในระหว่างการรักษาตัวในโรงพยาบาลหลังคลอดบุตร ควรต้องสวมหน้ากากอนามัย และล้างมือให้สะอาดในการดูแลทารกแรกเกิด

การวางเปลของทารกแรกเกิดไว้ข้างเตียงในขณะที่อยู่ในโรงพยาบาลสามารถทำได้ แต่ขอแนะนำว่าคุณควรรักษาระยะห่างที่เหมาะสมจากลูกน้อยของคุณ เมื่อทำตามขั้นตอนเหล่านี้แล้ว ความเสี่ยงที่ทารกแรกเกิดจะติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จะต่ำ อย่างไรก็ตาม หากคุณป่วยหนักด้วย COVID-19 คุณอาจต้องแยกจากทารกแรกเกิดเป็นการชั่วคราว

เชื้อโควิด-19 สายพันธุ์เดลต้า ตัวการแพร่เชื้อในเด็กเพิ่มสูงขึ้น

ไวรัสสายพันธุ์เดลต้า เป็นไวรัสกลายพันธุ์ ที่สามารถแพร่เชื้อได้ชัดเจนกว่าไวรัสสายพันธุ์อังกฤษ (อัลฟา) ที่มีการระบาดมาก่อนหน้านี้ ไวรัสสายพันธุ์เดลต้าได้แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นสายพันธุ์หลักในหลายพื้นที่ของโลก สามารถแพร่เชื้อได้มากกว่า แต่ยังไม่มีหลักฐานที่บ่งชี้ว่าสายพันธุ์นี้มีผลกระทบต่อเด็กในทางที่แตกต่างจากสายพันธุ์ก่อนหน้านี้ อัตราสูงสุดของการติดเชื้อสายพันธุ์เดลต้าพบได้ในวัยรุ่น และผู้ใหญ่วัยหนุ่มสาว การแพร่เชื้อส่วนใหญ่ยังคงเกิดขึ้นในครัวเรือน อย่างไรก็ตามอัตราการติดเชื้อโควิดวิด-19 สายพันธุ์ในเด็กเล็กยังคงต่ำกว่ากลุ่มอายุอื่นแม้ว่าจะยังไม่มีการฉีดวัคซีนในเด็กเล็กก็ตาม

ผู้เชี่ยวชาญหลายคนเชื่อว่าเด็กอาจจะไม่ได้รับผลกระทบรุนแรงจาก COVID-19 เหมือนผู้ใหญ่ เนื่องจากมีเชื้อโคโรนาไวรัสชนิดอื่นๆ ที่แพร่กระจายในชุมชน ซึ่งทำให้เกิดโรค ประจำถิ่น เช่น ไข้หวัด หรือไข้หวัดใหญ่ เมื่อเด็กติดเชื้อไวรัสเหล่านี้ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของเด็กอาจได้รับการเตรียมพร้อมเพื่อป้องกันโรคโควิด-19 ได้ดีกว่าผู้ใหญ่ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่าระบบภูมิคุ้มกันของเด็กมีปฏิสัมพันธ์กับไวรัสแตกต่างจากระบบภูมิคุ้มกันของผู้ใหญ่  ผู้ใหญ่บางคนป่วยเพราะระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทำปฏิกิริยากับไวรัสมากเกินไป ทำให้ร่างกายได้รับความเสียหายได้มากขึ้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้อาจมีโอกาสน้อยที่จะเกิดขึ้นในเด็ก

สามารถฉีดวัคซีน COVID-19 ให้เด็กได้หรือไม่?

ปัจจุบัน วัคซีน Pfizer เป็นวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ชนิด mRNA ที่มีการอนุมัติใช้กับเด็กอายุตั้งแต่ 12-18 ปี ภายในประเทศไทยเป็นชนิดแรก (ณ เดือนสิงหาคม พ.ศ. 2564)  ซึ่งล่าสุด โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ได้เปิดลงทะเบียน “ฉีดวัคซีน” ป้องกันโรคโควิด-19 ชนิด mRNA ของบริษัท ไฟเซอร์ (Pfizer) เฉพาะผู้ป่วยหญิงตั้งครรภ์ และผู้ป่วยเด็ก เท่านั้น

โดยผู้ป่วยเด็กที่สามารถลงทะเบียนรับวัคซีนได้ ต้องเป็นผู้ป่วยเด็ก อายุ 12-18 ปี ซึ่งเกิดระหว่างปี พ.ศ. 2546 – 2552 ที่มีโรคเรื้อรัง 7 กลุ่มโรค ได้แก่ โรคอ้วน โรคทางเดินหายใจเรื่อรัง รวมทั้งหอบหืดที่อาการปานกลางหรือรุนแรง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคหลอดเลือดสมอง โรคไตวายเรื้อรัง โรคมะเร็งและภาวะภูมิคุ้มกันต่ำ โรคเบาหวาน โรคพันธุกรรรม รวมทั้งกลุ่มอาการดาวน์ และเด็กที่มีภาวะบกพร่องทางระบบประสาทอย่างรุนแรง ที่มีพัฒนาการช้า

เด็กติดโควิดเสียชีวิต

จะป้องกันไม่ให้ลูกติด COVID-19 ได้อย่างไร?

ปัจจุบันเครื่องมือเดียวที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในการป้องกันการติดเชื้อในเด็กส่วนใหญ่ที่สามารถพูดได้อย่างเต็มปาก คือ การลดการติดเชื้อในผู้ใหญ่ ประเทศต่างๆ ทั่วโลกได้แสดงให้เห็นถึงประสิทธิผลของการฉีดวัคซีนในผู้ใหญ่เพื่อบรรลุเป้าหมายนี้ เด็กเล็กที่ยังไม่สามารถรับวัคซีนได้จะได้รับการคุ้มครองจากการฉีดวัคซีนของผู้ใหญ่ในครอบครัวที่อยู่รอบตัวพวกเขา นอกจากนี้ การเว้นระยะห่างทางสังคม และสุขอนามัยของมือ และระบบทางเดินหายใจล้วนเป็นมาตรการป้องกันที่สำคัญ ที่พ่อแม่ผู้ปกครองสามารถทำได้เพื่อป้องกันการติดเชื้อ COVID-19

นอกจากนี้ควรสอนบุตรหลานให้ล้างมือด้วยสบู่และน้ำบ่อยๆ และทั่วถึง (อย่างน้อย 20 วินาที) เพื่อป้องกันไวรัสเข้าสู่ร่างกาย ซึ่งรวมถึงหลังจากอยู่ในที่สาธารณะ ก่อนรับประทานอาหาร และหลังเข้าห้องน้ำ  ไอหรือจามใส่ทิชชู่หรือข้อศอก จากนั้นล้างมือและข้อศอกให้เรียบร้อย และเอาทิชชู่ทิ้งลงถังขยะที่ปิดมิดชิด

ขอบคุณข้อมูลอ้างอิงจาก : thairath.co.thmayoclinic.orgchildrens.health.qld.gov.au , springnews.co.th

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

งานวิจัยชี้! เด็กป่วยโควิด ส่วนใหญ่หายเป็นปกติได้ภายในหนึ่งสัปดาห์

คนท้องติดโควิด คนท้องทำ Home isolation ได้ไหม?

จิตแพทย์แนะ 4 วิธีรับมือความเครียด ในช่วงการระบาดของโควิด-19

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

อลิซในแดนมหัศจรรย์ซินโดรม

อลิซในแดนมหัศจรรย์ซินโดรม เช็คด่วน! ลูกเราเป็นไหม?

อลิซในแดนมหัศจรรย์ซินโดรม – อลิซในแดนมหัศจรรย์ไม่ได้เป็นเพียงชื่อของวรรณกรรมเยาวชนสุดคลาสสิคตลอดกาล หรือภาพยนตร์แนวแฟนตาซีที่โด่งดังไปทั่วโลกเท่านั้น แต่ยังเป็นชื่อของอาการเจ็บป่วยทางสมองที่หลายคนอาจยังไม่รู้จักอย่าง “Alice in the Wonderland Syndrome” (AIWS) ผู้ที่ป่วยโรคนี้จะมองเห็นสิ่งต่างๆ รอบตัวมีขนาดใหญ่หรือเล็กผิดปกติ ทั้งนี้เป็นเพราะความผิดปกติบางอย่างของสมองโดยสามารถพบได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่

อลิซในแดนมหัศจรรย์ซินโดรม เช็คด่วน! ลูกเราเป็นไหม?

ทำความเข้าใจ Alice in the Wonderland Syndrome (AIWS)

อลิซในแดนมหัศจรรย์ซินโดรม (AWS)  ถูกพูดถึงครั้งแรกในปี 2495 และได้รับการตั้งชื่อในปี 2498 โดย จอห์น ทอดด์ นักจิตแพทย์ชาวอังกฤษ เป็นภาวะอาการป่วยที่พบได้บ่อยในเด็กที่มีอายุ 5-10 ปี แต่สามารถเกิดในผู้ใหญ่ได้เช่นเดียวกัน โรคนี้ไม่ได้เกิดจากปัญหาเกี่ยวกับสายตาหรือประสาทหลอน แต่เกิดจากความผิดปกติของสมองที่ทำหน้าที่แปรเปลี่ยนสัญญาณภาพไปยังสายตา

อาการของ AIWS มักเกิดในช่วงหัวค่ำหรือตอนกลางคืน โดยลักษณะอาการที่สำคัญ คือ

  • ภาพของร่างกายที่เปลี่ยนแปลงไป  ผู้ป่วยจะมีการรับรู้ผิดเพี้ยนขนาดส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น ศรีษะ และมืออาจดูไม่สมส่วน  อาจรู้สึกว่าตัวเองตัวใหญ่หรือเล็กกว่าความเป็นจริง
  • มองเห็นวัตถุรอบตัวผิดเพี้ยนไป อาการที่สำคัญอีกลักษณะหนึ่งของ AIWS คือ ผู้ป่วยรับรู้ขนาดของวัตถุรอบตัวผิดเพี้ยน  เช่น อาจพบว่าห้องที่ตัวเองกำลังนั่งอยู่ หรือเฟอร์นิเจอร์รอบๆ ห้อง ดูเหมือนเคลื่อนที่ได้  รู้สึกว่าสิ่งรอบตัวห่างออกไป หรืออยู่ใกล้กว่าที่เป็นจริง เด็กบางคนอาจมองเห็นพ่อแม่มีขนาดศรีษะที่ใหญ่ผิดธรรมชาติซึ่งทำให้ร้องไห้ตกใจกลัว หรือเด็กบางคนอาจรู้สึกว่าหัวตัวเองเหมือนเป็นลูกโป่งที่กำลังลอยไปในอากศ
  • มองเห็นสิ่งที่ไม่มีอยู่จริง ผู้ป่วยบางรายมองเห็นสิ่งที่ไม่ได้มีอยู่ และอาจเข้าใจผิดเกี่ยวกับสถานการณ์ และเหตุการณ์บางอย่าง นอกจากการรับรู้ทางสายตาจะบิดเบี้ยวแล้ว การรับรู้ทางสัมผัส และทางการได้ยินก็เช่นกัน โดยเสียงที่คนทั่วไปรู้สึกว่าเบา ผู้ป่วย AIWS จะรู้สึกว่าเสียงนั้นดังหนวกหูมาก เป็นต้น

โดยทั้งสามลักษณะอาการ สามารถเกิดขึ้นได้เพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือเกิดพร้อมกันได้ ในระยะเวลาสั้นๆ นอกจากนี้ผู้ป่วยอาจเสียการรับรู้เรื่องของเวลา โดยเวลาอาจดูเหมือนผ่านไปอย่างช้า ๆ หรือเร็วเกินไป

อลิซในแดนมหัศจรรย์ซินโดรม
อลิซในแดนมหัศจรรย์ซินโดรม

ลูกมีเพื่อนทิพย์! เพื่อนในจินตนาการ ชอบพูดคนเดียวปกติไหม?

ไขข้อข้องใจ ทำไม ลูกไม่เล่นของเล่น ที่ซื้อให้ เล่นแต่อะไรก็ไม่รู้!?

ลูกชอบกัดเล็บ ควรกังวลไหม ควรทำอย่างไรให้ลูกเลิกกัดเล็บ

สาเหตุของ Alice in the Wonderland Syndrome

ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ AIWS ยังค่อนข้างคลุมเครือ  แต่ทางการแพทย์ลงความเห็นว่า AIWS มักมีความเกี่ยวข้องกับอาการปวดหัวไมเกรน นอกจากนี้ยังเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น ระบบการรับรู้ทางการมองเห็นผิดปกติ โรคลมบ้าหมูกลีบขมับ (TLE) เนื้องอกในสมอง ยาที่ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท และการติดเชื้อ Mononucleosis ซึ่งส่วนใหญ่มักเกิดจาก ไวรัส Epstein-Barr (EBV) ซึ่งเป็นไวรัสเริมชนิดหนึ่ง นอกจากนี้อาจมีความเกี่ยวข้องกับโรคไข้สมองอักเสบเฉียบพลัน

การรักษา Alice in the Wonderland Syndrome

การวินิจฉัยโรคนี้เป็นเรื่องยาก เนื่องจากอาการที่พบของโรค อาจมีความสับสนและดูคล้ายคลึงกับอาการผิดปกติทางอารมณ์ โรคจิตเภท หรือปัญหาการรับรู้อื่นๆ  ซึ่งในปัจจุบันยังไม่มีการรักษาโรคอลิซในดินแดนมหัศจรรย์ให้หายขาดได้โดยตรง แต่สามารถทำให้อาการบรรเทาลงได้

โดยทั่วไปการรักษาขึ้นอยู่กับสิ่งที่ทำให้เกิดการรบกวนทางสายตา ผู้ที่เป็นโรคนี้อาจมีอาการเห็นภาพที่ผิดธรรมชาติได้หลายครั้งในระหว่างวัน และอาจใช้เวลาสักครู่จึงจะบรรเทาลง ผู้ป่วยอาจรู้สึกหวาดกลัว วิตกกังวล และตื่นตระหนก แต่อาการเหล่านี้โดยทั่วไปไม่เป็นอันตราย และมีแนวโน้มจะค่อยๆ จางหายไปในช่วงระยะเวลาหนึ่ง

อลิซในแดนมหัศจรรย์ซินโดรม
อลิซในแดนมหัศจรรย์ซินโดรม

แม้ว่าทางการแพทย์ยังไม่มีการรักษาโรคนี้โดยเฉพาะ เป็นเพียงการรักษาตามอาการที่เกิดขึ้น แต่ความจริงที่พบ คือ เด็กส่วนใหญ่ที่มีอาการของโรคนี้ เมื่อโตขึ้นอาการต่างๆ จะหายไปได้เอง เนื่องจากการกระตุ้นของเยื่อหุ้มสมองลดลง และการรับรู้ทางสายตาจะโตเต็มที่การคอยสังเกตอาการของลูกจะช่วยให้พ่อแม่เข้าใจความผิดปกติต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้  การปลูกฝังให้ลูกสื่อสาร และอธิบายถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับตัวเองจะช่วยให้เด็กๆ เกิดความฉลาดที่รอบด้านด้วย Power BQ ในด้าน ความฉลาดต่อการมีสุขภาพที่ดี (HQ) และช่วยให้พ่อแม่รู้เท่าทันความเจ็บป่วยต่างๆ ของลูก เพื่อพาเข้าสู่กระบวนการรักษาหรือบรรเทาอาการได้อย่างทันท่วงที

ขอบคุณข้อมูลอ้างอิงจาก : healthline.com , unitedwecare.com , ncbi.nlm.nih.gov

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

เคล็ด(ไม่)ลับ ลูกเป็นหวัดคัดจมูก วิธีแก้แบบไม่ใช้ยา

แบบนี้ต้องระวัง! อาการป่วยในเด็ก อายุ 0-3 ปี ที่พ่อแม่ต้องรู้ให้ทัน

หูชั้นกลางอักเสบในเด็ก หูติดเชื้อในเด็ก ไม่ใช่เรื่องเล็กถ้าลูกป่วย!

สอนลูกซื่อสัตย์

เรียนออนไลน์ก็ “สอนลูกซื่อสัตย์ ไม่โกง” ได้

เมื่อเด็กเล็กๆ ต้องนั่งเรียนออนไลน์ที่บ้าน สิ่งที่เห็นได้ชัดคือ ลูกเรียนออนไลน์ไม่เข้าใจเท่าเรียนที่โรงเรียน คุณพ่อคุณแม่จึงต้องคอยดูแลอย่างใกล้ชิด และคอยอธิบายในสิ่งที่ลูกไม่เข้าใจ เมื่อถึงเวลาลูกต้องสอบออนไลน์ หากคุณพ่อคุณแม่ไม่ช่วยลูกเลย ลูกเกิดคำถามว่า พ่อแม่ของเพื่อนเค้าช่วยลูกทำข้อสอบ เลยได้คะแนนเยอะกว่า คุณพ่อคุณแม่ไม่ช่วยลูกจึงได้คะแนนน้อยกว่า คุณพ่อคุณแม่จะอธิบายลูกอย่างไร เมื่อต้องการ สอนลูกซื่อสัตย์ ไม่โกงข้อสอบ

รศ.นพ.พงษ์ศักดิ์ น้อยพยัคฆ์ กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการและพฤติกรรม รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ได้ให้คำแนะนำ ไว้ดังนี้

โดยคุณหมอพงษ์ศักดิ์ เล่าว่า…

คุณพ่อคุณแม่หลายท่านที่มีลูกเรียนออนไลน์ในช่วงนี้ อาจเคยประสบเรื่องราวแบบนี้แล้วไม่รู้จะรับมือกันอย่างไรใช่ไหมครับ “ลูกสอบออนไลน์ บ้างก็มีแม่ช่วยลูกทำข้อสอบ บ้างก็ลอกคำตอบจากเพื่อน” เลยได้คะแนนดีกว่าเด็กที่ทำข้อสอบเอง เมื่อลูกถามคุณพ่อคุณแม่ ก็เลยมืดแปดด้านไม่รู้จะไปต่ออย่างไรดี จะว่าไปแล้ว ถ้าคุณพ่อคุณแม่ยังจำเรื่องของ Power BQ ได้  ก็จะเห็นได้ว่าความฉลาดทางด้านคุณธรรม (MQ) เป็นหนึ่งใน Power BQ ที่จะช่วยให้เด็กๆ สามารถเติบโตและประสบความสำเร็จต่อไปในอนาคตได้ครับ

เทคนิค สอนลูกซื่อสัตย์ ไม่โกง

วันนี้ผมจะมาเล่าสู่กันฟังนะครับว่า คุณพ่อคุณแม่จะสามารถฝึกให้ลูกมีความฉลาดทางด้านคุณธรรมในสถานการณ์รอบตัวได้อย่างไร

คุณพ่อคุณแม่หลายคงอึ้งกิมกี่ไปเหมือนกันนะครับเมื่อต้องเจอเหตุการณ์แบบข้างต้นหรือเมื่อลูกมาถามว่า คนอื่นเขาทำแบบนี้ ทำไมเราไม่ทำแบบคนอื่นบ้าง จะได้สอบได้คะแนนดีเหมือนคนอื่น ไปยังไงดีล่ะทีนี้

1. ตั้งสติ

อันดับแรก ผมแนะนำก่อนเลยนะครับ คุณพ่อคุณแม่ต้อง “ตั้งสติ” ให้ดีก่อน เรียกสติให้มาอยู่กับเนื้อกับตัว แล้วคิดให้ได้อย่างรวดเร็วว่า สิ่งที่ลูกถามเพราะเห็นคนอื่นทำกันนั้นเป็นพฤติกรรมที่ดี หรือเป็นพฤติกรรมที่เราอยากให้ลูกเป็นหรือไม่ ถ้าคุณพ่อคุณแม่ตอบตัวเองว่า ใช่เลย ใครใครเขาก็ทำกัน ถ้าไม่ทำแบบนั้น ไม่บ้า ก็โง่ แล้ว ก็ไม่ยากเลยครับ ปล่อยให้เหตุการณ์พาไปแล้วลูกก็จะประพฤติแบบนั้นได้ไม่ยาก ทำไปสักพักก็จะเป็นนิสัยที่ติดตัวไปจนโตครับ แต่ ถ้าคุณพ่อคุณแม่เห็นว่าไม่ดีเลย พฤติกรรมแบบนี้ ไม่อยากให้มาอยู่กับลูกของเรา ลูกของเราจะต้องมีความซื่อสัตย์ไม่คดโกง นอกจากลูกจะเป็นส่วนสำคัญในการจรรโลงโลกให้น่าอยู่มากขึ้นแล้ว คุณพ่อคุณแม่ยังได้สร้างบุญบารมีให้กับตัวเองที่ได้ทำประโยชน์อันงดงามให้กับโลกผ่านลูกของเรานี่ล่ะครับ ตามอ่านกันต่อไปนะครับว่า จะทำอย่างไรดี 

เมื่อตั้งสติได้ว่าจะเดินไปทางไหนแล้ว ก็ไม่ยากเลยครับ เราเพียงแค่ใช้หลักของการส่งเสริมและปรับพฤติกรรมที่ผมเคยเล่ามาสำหรับพฤติกรรมอื่น เอามาใช้ฝึกฝนต่อยอดกันได้เลยครับ ยิ่งฝึกยิ่งเก่งกันทั้งพ่อแม่และลูกเลยครับ

2. อธิบายเหตุผลตามวัย ค่อยๆ เพิ่มความซับซ้อนเข้าไป

อันดับที่สอง คุณพ่อคุณแม่ต้องทำอย่างนี้ครับ พูดคุยกับลูกให้เขารับรู้และเข้าใจว่า พฤติกรรมไหนเป็นพฤติกรรมที่พ่อแม่ต้องการ คุณครูต้องการ และสังคมต้องการให้ลูกมี ใช้เหตุผลให้ง่ายสั้นที่สุดที่เหมาะสมกับวัยนะครับ พูดกันคุยกันประเมินวิธีคิดของเขา ฝึกฝนทักษะในการสื่อสาร ของเขาไปพร้อมกันด้วยเลยครับ  ส่วนคุณพ่อคุณแม่เองก็พูดประมาณนี้ เช่น

  • วัยอนุบาลก็พูดง่ายๆ แค่การที่พ่อแม่ช่วยลูกทำข้อสอบ เป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม พ่อแม่ไม่อยากให้ลูกทำอย่างนั้น
  • ถ้าเขาเข้าใจมากหน่อยก็อาจพูดเพิ่มเติม  “การที่พ่อแม่ช่วยลูกทำข้อสอบ เป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม พ่อแม่ไม่อยากให้ลูกทำอย่างนั้น เพราะพฤติกรรมแบบนี้ เราถือว่า ไม่ซื่อสัตย์”
  • ถ้าเขาเข้าใจอะไรได้อีกมากหน่อยก็เพิ่มเป็น “การที่พ่อแม่ช่วยลูกทำข้อสอบ เป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม พ่อแม่ไม่อยากให้ลูกทำอย่างนั้น เพราะพฤติกรรมแบบนี้ เราถือว่า ไม่ซื่อสัตย์ เราเรียกว่า ขี้โกง”
  • ถ้ามากขึ้นไปอีก ก็เพิ่ม “การที่พ่อแม่ช่วยลูกทำข้อสอบ เป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม พ่อแม่ไม่อยากให้ลูกทำอย่างนั้น เพราะพฤติกรรมแบบนี้ เราถือว่า ไม่ซื่อสัตย์ เราเรียกว่า ขี้โกง และที่สำคัญลูกก็จะไม่ได้ฝึกที่จะทำข้อสอบด้วยตัวเองด้วย”

พอนึกภาพออกไหมครับเพิ่มความซับซ้อนเข้าไปเรื่อยๆ ตามความสามารถในการรับรู้ของลูกเรา ไม่พูดเหมือนกันสำหรับเด็กทุกคน ให้มีความแตกต่างกัน ตามความเหมาะสมครับ

ลูกเรียนออนไลน์

3. บอกว่าพ่อแม่ต้องให้ลูกทำแบบไหน

อันดับถัดไปหลังจากเราบอกให้เขาได้รับรู้แล้วว่า พฤติกรรมแบบนี้เราไม่ต้องการ แล้วที่เราต้องการให้เขาประพฤติคืออย่างไร เช่น

  • “แม่อยากให้ลูกทำเองนะคะ”
  • “แม่อยากให้ลูกทำเองนะคะ ลูกจะได้หัดทำ”
  • “แม่อยากให้ลูกทำเองนะคะ ลูกจะได้หัดทำ อีกหน่อยพอลูกเรียนยากขึ้น จะได้ทำเองได้”
  • “แม่อยากให้ลูกทำเองนะคะ ลูกจะได้หัดทำ อีกหน่อยพอลูกเรียนยากขึ้น จะได้ทำเองได้  เป็นการซื่อสัตย์ต่อตนเองและคนอื่น ไม่เป็นคนคดโกงด้วย”

4. โต้ตอบง่ายๆ สั้นๆ ตามความเป็นจริง

เลือกเอานะครับ สั้นยาวตามความสามารถในการรับรู้ของลูกเลยครับ ทีนี้ระหว่างที่เราพูดคุยกับลูก ลูกก็คงจะพูดถึงสิ่งที่เขาเห็น สิ่งที่คนอื่นทำ และสิ่งที่เขาอยากทำ ให้พูดคุยโต้ตอบกับเขาง่ายๆ สั้นๆ ตามความเป็นจริง เน้นว่า ตามความเป็นจริง ไม่พูดอะไร ที่ไม่จริงเพื่อหลอกล่อลูกให้ทำตามใจเรานะครับ เช่น ไม่พูดว่า “ใครลอกข้อสอบเพื่อน ตำรวจจะจับติดคุก”  เพราะความจริง คือ “ใครลอกข้อสอบ ถ้าคุณครูรู้  ครูจะไม่ให้สอบผ่าน ต้องเรียนซ้ำชั้น” เหมือนตัวอย่างข้างต้นนะครับ  พูดสั้นพูดยาว ตามความสามารถในการรับรู้ของลูกเลยครับ

5. หาสาเหตุที่ลูกทำข้อสอบไม่ได้

นอกจากคำพูดแล้ว คุณพ่อคุณแม่ต้องวิเคราะห์ลูกให้ได้ด้วยนะครับว่า ลูกเราทำข้อสอบที่ระดับเดียวกับเพื่อนได้หรือไม่ได้เพราะเหตุใด เพื่อหาทางช่วยให้ลูกมั่นใจในความสามารถของตนเอง จนสามารถทำข้อสอบได้เองไม่ต้องพึ่งคุณพ่อคุณแม่ หรือลอกเพื่อนครับ ตรงนี้ก็มีความสำคัญนะครับ เพราะลำพังพูดกันเพียงอย่างเดียวแต่ถ้าลูกไม่สามารถทำได้ด้วยตัวเอง ก็รังแต่จะสร้างความเครียดให้ลูกมากขึ้นจนไม่อยากทำข้อสอบครับ

การจะรับรู้และเข้าใจลูกได้ดีไม่มีอะไรดีไปกว่า การที่เรามีเวลาอยู่ร่วมกันกับลูก ใช้เวลาสังเกต พูดคุย สอบถามครู จะทำให้คุณพ่อคุณแม่เข้าใจลูกมากขึ้นทั้งวิธีคิด ความสามารถ ทักษะ เพื่อจะได้รู้ว่าจะส่งเสริมเขาด้านใดมากน้อยเพียงไร  มาถึงตรงนี้ ลูกอาจสงสัยว่า แล้วทำไมเพื่อนถึงทำแบบนั้นได้ ถ้าคุณพ่อคุณแม่ย้อนไปตอนต้นที่ผมเล่าไว้ว่า คุณพ่อคุณแม่ต้องมีสติ ดึงสติกลับมาถามตัวเองว่า เรายอมรับได้หรือไม่กับการที่จะให้ลูกเราประพฤติแบบนั้น ถ้า คำตอบคือไม่ เราก็จะต้องหนักแน่นในแนวทางของเรา พูดคุยกับลูกให้รับรู้บรรทัดฐานของบ้านเรานะครับว่า  “บ้านเราจะไม่ทำแบบนี้” ให้เหตุผลยากง่ายตามความเหมาะสมกับความสามารถในการรับรู้และเข้าใจของเขาครับ

6. ใช้เทคนิคเสริมแรง เมื่อลูกทำดี

เมื่อลูกทำได้ดีเหมาะสมก็ให้เสริมแรงกัน เช่น ชื่นชมลูก ให้รางวัลทางใจกับเขาบ้างตามสมควรแก่เหตุนะครับ บางบ้านอาจใช้เวลาฝึกกันไม่นาน แต่บางบ้านอาจต้องนานหน่อย ยากง่ายไม่เท่ากัน ความอดทนและความตั้งใจของคุณพ่อคุณแม่และคุณลูกจะสามารถช่วยให้ลูกได้ฝึกฝนและพัฒนา ความฉลาดทางด้านคุณธรรมซึ่งเป็นหนึ่งใน Power BQ ได้ไม่ยากเลยครับ เรียนออนไลน์แบบนี้ ก็ฝึกฝนต่อยอด Power BQ ได้นะครับ

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

ลูกไม่กินข้าว ทําไงดี? หมอแนะ 10 วิธีรับมือเมื่อลูกไม่ยอมกินข้าว

เล่นอะไรให้ลูกฉลาด หมอแนะ! วิธีเล่นกับลูกตั้งแต่แรกเกิด – 5 ปี

ลูกเลียนแบบพ่อแม่ พฤติกรรมเลียนแบบของเด็กสั่งจากสมอง! หนูรู้ หนูจำได้

 

คนท้องทำ Home isolation ได้ไหม

คนท้องติดโควิด คนท้องทำ Home isolation ได้ไหม?

ในสถานการณ์ปัจจุบันการติดเชื้อ Covid ในประเทศไทยสูงขึ้นเรื่อยๆ คุณแม่ตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อ Covid มีกว่า 200 รายผู้เสียชีวิตกว่า 30 คนอัตราการเสียชีวิตประมาณร้อยละ 1.8 ซึ่งถือว่าสูงมาก หากคนท้องติดโควิด จะรักษาตัวอย่างไร?  คนท้องทำ Home isolation ได้ไหม? อาการแบบไหนควรนอนโรงพยาบาล?

นพ.โอฬาริก มุสิกวงศ์ สูตินรีแพทย์ โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร, กรรมการแพทยสภา เจ้าของเพจ เค้าเรียกผมว่า หมอเมนส์ มาช่วยคลายสงสัยคุณแม่ท้อง ดังนี้

จังหวัดที่พบคุณแม่ตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อมากที่สุดคือกรุงเทพฯ รองมาคือในเขตปริมณฑล ปัญหาสำคัญ คือเตียงในโรงพยาบาล ณ ขณะนี้ไม่สามารถรองรับผู้ป่วยได้ทุกคน ดังนั้นจะมีคุณแม่ตั้งครรภ์ส่วนนึงจำเป็นต้องรักษาตัวเองอยู่ที่บ้านหรือที่เราเรียกว่า Home isolation

คุณแม่ตั้งครรภ์ส่วนใหญ่ ที่ติดเชื้อโควิคมักจะไม่มีอาการหรือมีอาการน้อยกว่า 90% ไม่จำเป็นต้องมาโรงพยาบาล สามารถดูแลตัวเองที่บ้านได้

คนท้องติดโควิด อาการแบบไหนควรนอนโรงพยาบาล

ส่วนข้อบ่งชี้ในการนอนโรงพยาบาล เช่น

  • ตั้งครรภ์ร่วมกับมีโรคประจำตัว เช่น ความดันโลหิตสูงที่ควบคุมไม่ได้ เบาหวาน ภาวะครรภ์เป็นพิษ ภาวะน้ำเดินก่อนกําหนด หรือมีเลือดออกทางช่องคลอด เป็นต้น
  • มีไข้มากกว่า 39 องศาเซลเซียส โดยที่ทานยาลดไข้แล้วไข้ไม่ลง
  • มีอาการรุนแรงปานกลาง เช่น ความเข้มข้นของออกซิเจนต่ำกว่า 95 เปอร์เซ็นต์ในขณะที่หายใจอยู่ในอากาศภายในห้อง หรือกำลังเดินอยู่ หายใจถี่มากกว่า 30 ครั้งต่อนาทีเป็นต้น
  • มีอาการรุนแรงมาก เช่น ระบบหายใจล้มเหลว ความดันโลหิตต่ำ สติสัมปชัญญะเสียไป เป็นต้น
telemedicine
telemedicine พบแพทย์ผ่านทางออนไลน์

คนท้องทำ Home isolation ได้ไหม?

คุณแม่ตั้งครรภ์ที่จะทำ Home isolation ต้องมีทั้งหมด 3 พร้อม ได้แก่ คนพร้อม ที่พร้อม ระบบพร้อม

  • คนพร้อม หมายถึง คุณแม่ตั้งครรภ์มีความพร้อมที่จะทำ Home isolation ได้ไม่มีข้อบ่งชี้ในการนอนโรงพยาบาลอย่าง ที่กล่าวมาข้างต้น
  • ที่พร้อม หมายถึงที่อยู่อาศัยมีความพร้อมในการทำ Home isolation เช่นมีห้องแยกมีห้องน้ำส่วนตัวมีที่รับประทานอาหารไม่ปะปนกับท่านอื่นเพื่อลดการติดเชื้อสู่คนอื่นๆในบ้าน
  • ระบบพร้อม หมายถึง ระบบการดูแลที่บ้านเช่น มีระบบเทเลเมดิซีนติดตามอาการ มีระบบส่งยามาที่บ้าน มีระบบส่งต่อเมื่อคุณแม่ตั้งครรภ์มีอาการแย่ลงจำเป็นต้องเข้าสู่ระบบการรักษา เช่น มีรถมารับมาไปถึงโรงพยาบาลได้ เป็นต้น

และที่สำคัญแม้ในขณะที่ไม่มีใครติดเชื้อ การใช้ชีวิตในบ้าน คุณแม่ตั้งครรภ์ควรจะปฏิบัติตัวอย่างเคร่งครัดในการป้องกันการติดเชื้อโควิค เช่น ใส่หน้ากากตลอดเวลาขณะที่อยู่ในบ้าน แยกสำรับอาหารเพื่อทานคนเดียว ใช้ห้องน้ำเป็นคนแรก ไม่สัมผัสขยะสิ่งของจากคนอื่นๆ ทั้งนี้เพื่อลดโอกาสการติดเชื้อ covid19 ให้ได้มากที่สุด

ท่องไว้ว่า เราต้องป้องกันตัวเองให้ดีที่สุด เพราะคนท้องคือสองชีวิต

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 


Heatlh Quotient ฉลาดดูแลสุขภาพ หนึ่งใน Power BQ 10 ความฉลาดที่เด็กยุคใหม่ควรมี เริ่มต้นได้ตั้งแต่ในท้องแม่ โดยคุณแม่ตั้งครรภ์ เตรียมพร้อมหาข้อมูลต่างๆ ในการดูแลสุขภาพให้แข็งแรง เพื่อส่งต่อสุขภาพที่ดีสู่ลูกน้อยในครรภ์ เป็นต้นทุนชีวิตที่ดีตั้งแต่แรกเกิดให้กับลูกน้อย


ติดตามเรื่องน่ารู้สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ และสุขภาพสตรี กับคุณหมอโอฬาริก

ได้ที่เพจ เค้าเรียกผมว่า หมอเมนส์

เพจ หมอโอฬาริก

 

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

แนวทางปฏิบัติตัวช่วงโควิด สำหรับ คนท้อง แม่หลังคลอด ทารกแรกเกิด

กรมอนามัยเผย คนท้องติดเชื้อโควิด เสี่ยงป่วยหนัก แนะฉีดวัคซีนป้องกัน! หลังอายุครรภ์ 12 สัปดาห์

 

ลูกตกจากที่สูง

ลูกตกจากที่สูง หัวฟาดพื้น ทำยังไงดี?

ลูกตกจากที่สูง ลูกตกเตียง ลูกตกเปล ลูกตกบันได หัวกระแทกพื้น เป็นเหตุการณ์ที่พ่อแม่ทุกบ้านไม่อยากเจอ แต่ก็อาจเกิดขึ้นทุกเวลา หากปล่อยให้ลูกคลาดสายตา พญ. ศรินพร มานิตย์ศิริกุล ทิพย์อุดม เจ้าของเพจ “หมอสมองเลี้ยงลูกแฝด” มีคำแนะนำดีๆ มาฝากคุณพ่อคุณแม่ เมื่อลูกหัวกระแทกพื้น พ่อแม่ควรทำอย่างไร ต้องสังเกตอาการยังไง เมื่อไหร่ควรพาลูกไปหาหมอ ไปติดตามกันค่ะ

หนึ่งในคำถามที่แม่แฝดโดนปรึกษาประจำคือ “ลูกตกจากที่สูง หัวฟาดพื้น ทำยังไงดี?”

แฝดเองก็มีหลายครั้งที่ตกจากที่สูง ใจคนเป็นแม่เวลาลูกตกลงมา ก็อยากวิ่งไปอุ้มลูกเข้ามากอด มาปลอบ แต่อีกใจนึงด้วยความที่เป็นหมอ โดยเฉพาะ “หมอสมอง” ที่ต้องดูเรื่องการบาดเจ็บที่ศีรษะในคนไข้บ่อยๆ ก็ต้องพยายามดึงสติตัวเองให้ไม่ตกใจ และทำตามขั้นตอนที่ถูกต้อง

1. สิ่งแรกที่ต้องทำ เมื่อลูกตกจากที่สูง

เมื่อลูกตกจากที่สูงอย่างแรกที่เราต้องดูคือ “คอและไขสันหลัง” เพราะถ้าเกิดคิดว่ามีโอกาสได้รับบาดเจ็บที่คอและไขสันหลัง
แล้วเราไปทำการเคลื่อนย้ายโดยไม่ถูกวิธี ก็จะทำให้มีโอกาสบาดเจ็บเพิ่มมากขึ้น เพิ่มความเสี่ยงของการเกิดภาวะทุพลภาพได้

ถ้าแม่คิดว่าลูกตกจากที่สูงแล้วคิดว่าคอและไขสันหลังมีโอกาสได้รับบาดเจ็บ แม่ต้องห้ามขยับหรือเคลื่อนย้ายลูก หรือถ้าจะขยับเคลื่อนย้ายต้องขยับอย่างถูกวิธี โดยการยกตัวลูกโดยให้ส่วนคอและไขสันหลังอยู่ในแนวตรงคล้ายท่อนซุง (log roll)

ลูกหัวฟาดพื้น
ลูกตกจากที่สูง พ่อแม่ต้องทำอะไรก่อนหลัง สังเกตอาการยังไง

2. ถัดไปคือที่ ศีรษะของลูก

ถ้าได้รับการกระแทก แล้วมีการบวมแดงช้ำ ในช่วง 24 ชั่วโมงแรกต้องประคบเย็น ย้ำว่าประคบเย็นนะคะ!!! เพราะว่าความเย็นจะทำให้หลอดเลือดหดตัว เลือดจะได้ไม่ออกมาใต้ผิวหนังเพิ่มมากขึ้น จะได้ไม่ช้ำบวมเพิ่มมากขึ้น

หลังจากผ่านไป 24 ชั่วโมง เมื่อแผลยุบบวมแล้วถึงสามารถประคบร้อนได้ เพื่อให้หลอดเลือดขยายตัวดูดเลือดที่ค้างอยู่เอากลับไปทำให้ยุบบวมเร็วขึ้น

3. สังเกตอาการใน 24 ชั่วโมง

ในช่วง 24 ชั่วโมงแรกของการบาดเจ็บที่ศีรษะ ถ้าแม่คิดว่าบาดเจ็บรุนแรงหรือไม่สามารถดูอาการเองได้ ให้รีบพาไปโรงพยาบาล เพื่อให้หมอตรวจร่างกายอย่างละเอียดค่ะ

แต่ถ้าการบาดเจ็บไม่ได้รุนแรงมาก แม่สามารถดูอาการได้เอง อาจลองสังเกตอาการเบื้องต้นดูเองที่บ้าน โดยเน้นดูอาการของลูกถี่ๆสม่ำเสมอ

สังเกตอาการ ลูกตกจากที่สูง หัวฟาดพื้น
สังเกตอาการ ลูกตกจากที่สูง หัวฟาดพื้น

4. อาการที่ต้องรีบพาลูกไปหาหมอ

ถ้ามีอาการผิดปกติดังต่อไปนี้ แม่ต้องรีบพาไปโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด เพราะอาจมีสาเหตุมาจากสมองได้รับกระทบกระเทือน หรือเลือดออกในสมองได้ค่ะ

  • ลูกมีซึม
  • อาเจียนพุ่ง
  • ทานได้น้อยลง
  • มีอ่อนแรงแขนขา
  • มีอาการปวดศีรษะ
  • ชักเกร็ง

5. ตรวจร่างกายบริเวณอื่นๆ ด้วย

หลังจากจัดการการบาดเจ็บที่ศีรษะของลูก อย่าลืมตรวจร่างกายบริเวณอื่นๆ อย่างละเอียดนะคะ

  • ดูตามข้อว่ามีบวมหรือเปล่า
  • มีแผลตามแขนหรือขาหรือเปล่า
  • ลูกเดินได้ปกติหรือเปล่า

สรุปแบบย่อๆ สิ่งที่ควรทำ ตามลำดับ
ดูคอ –> ประคบเย็น–>ดูอาการทางสมอง–>ตรวจร่างกายส่วนอื่นๆ

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 


การมีความรู้ในการดูแลสุขภาพลูกน้อย เป็นส่วนสำคัญที่จะสร้าง ความฉลาดสุขภาพดี (HQ) หนึ่งใน Power BQ 10 ความฉลาดที่เด็กยุคใหม่ควรมี ซึ่งเป็นทักษะที่สำคัญมากๆ ในการสร้างเด็กยุคใหม่ที่เติบโตอย่างมีคุณภาพ และประสบความสำเร็จในชีวิต ความฉลาดสุขภาพดี การมี Health Quotient เริ่มต้นได้ที่พ่อแม่ ให้ความสำคัญในการดูแลสุขภาพตัวเองและลูกน้อย เพื่อที่จะเป็นต้นแบบให้เขาสามารถดูแลสุขภาพตัวเองให้ดีได้ต่อไป เพราะสุขภาพที่ดีคือพื้นฐานสำคัญของชีวิต


ติดตามความรู้การพัฒนาสมอง และการเรียนรู้ของเด็ก กับคุณหมอศรินพร

ได้ที่เพจ หมอสมองเลี้ยงลูกแฝด

หมอสมองเลี้ยงลูกแฝด

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

8 วิธีฝึก “สมองส่วนหน้า” ที่ให้ลูกได้มากกว่าทักษะ EF

11 เกมฝึกสมอง สอนลูกแก้ปัญหาไม่ละความพยายามง่ายๆ

8 ของเล่น เด็ก 4 ขวบ ฝึกสมอง สร้างสมาธิ เสริมพัฒนาการให้ลูกน้อยวัยอนุบาลโดยเฉพาะ!

ทารกกินปลาได้ไหม

ทารกกินปลาได้ไหม? ลูกกินปลาทะเลได้เมื่อไหร่?

ตอบคำถาม ทารกกินปลาได้ไหม? ลูกกินปลาทะเลได้เมื่อไหร่? ว่ากันว่าต้องรอให้ลูกอายุครบ 1 ขวบถึงเริ่มทานปลาทะเลและอาหารทะเลได้ ขอบอกว่าไม่จริง!!

ทารกกินปลาได้ไหม? ลูกกินปลาทะเลได้เมื่อไหร่?

ในช่วง 6 เดือนแรก ทารกควรได้รับสารอาหารอย่างเพียงพอจากนมแม่หรือนมดัดแปลงสำหรับทารกในกรณีที่ไม่สามมารถให้นมแม่ได้ เพื่อให้ร่างกายของลูกเจริญเติบโต และมีพัฒนาการในด้านต่าง ๆ ตามวัย โดยนมแม่อย่างเดียวจะพอเพียงต่อการเจริญเติบโตของลูกจนถึงอายุประมาณ 6 เดือน (และควรทานนมแม่อย่างต่อเนื่องไปได้เรื่อย ๆ) หลังจากลูกอายุ 6 เดือนแล้ว ทารกจำเป็นต้องได้รับพลังงานและสารอาหารบางชนิดเพิ่มเติมจากอาหารเสริมตามวัยของทารก เช่น โปรตีน เหล็ก สังกะสี ไอโอดีน วิตามินเอ เป็นต้น เพื่อให้ร่างกายเจริญเติบโตตามวัย

การให้อาหารตามวัยสำรับทารกอย่างเหมาะสม ควรยึดหลัก 3 ประการ ดังนี้

  • สมวัย คือ ควรดูว่าทารกมีความพร้อมที่จะรับอาหารอื่น ๆ นอกจากนมได้หรือยัง กล่าวคือ เมื่อระบบทางเดินอาหาร ไต ระบบประสาทและกล้ามเนื้อได้พัฒนาจนสามารถทำหน้าที่พร้อมแล้ว ทั้งนี้ คุณแม่ควรปรึกษาหมอก่อนเริ่มให้อาหารเสริม เพื่อให้คุณหมอได้ดูถึงพัฒนาการในด้านต่าง ๆ ของลูกน้อยค่ะ
  • เพียงพอ ให้อาหารที่มีพลังงานและสารอาหารเพียงพอกับความต้องการของทารกในแต่ละวัน โดยสารอาหารที่ได้รับต้องมีคุณค่าทางโภชนาการและมีความหลากหลาย มีปริมาณที่เหมาะสม จำนวนมื้ออาหารเหมาะสมกับวัย
  • ปลอดภัย เตรียมและเก็บอาหารอย่างถูกหลักอนามัย อุปกรณ์ที่ใช้ต้องสะอาด ล้างมือก่อนเตรียมและป้อนอาหาร ล้างผักและผลไม้ให้สะอาด

ลูกกินปลาทะเลได้เมื่อไหร่? ทารกกินปลาได้ไหม?

จะเห็นได้ว่าการให้อาหารเสริมกับลูกน้อยนั้น ควรมีความหลากหลาย และปลา (ทั้งปลาน้ำจืดและปลาทะเล) ก็เป็นอีกเมนูหนึ่ง ที่มีคุณค่าทางโภชนาการ มีสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายของทารก แต่เรามักจะได้ยินมาว่าไม่ควรทานอาหารทะเลก่อนอายุ 1 ขวบ เพราะเสี่ยงต่อการเกิดการแพ้อาหารได้ ซึ่งในต่างประเทศนั้น มีงานวิจัยว่า เพื่อให้ได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์และหลากหลาย ทารกสามารถทานปลาทะเลและปลาน้ำจืดได้ตั้งแต่อายุ 6 เดือนขึ้นไป (สำหรับเด็กที่มีประวัติการแพ้อาหาร ควรปรึกษาหมอก่อนเริ่มทานปลาค่ะ)

ลูกกินปลา
ลูกกินปลา

ปลามีประโยชน์ต่อทารกอย่างไร? ทารกกินปลาได้ไหม?

แม้ว่าอาหารหลักของทารกที่มีอายุต่ำกว่า 1 ปีนั้นยังคงเป็นนมแม่อยู่ แต่การได้รับอาหารเสริมหลังอายุ 6 เดือนแล้ว อาหารเสริมจะเป็นตัวช่วยรองมาจากนมแม่ เพื่อให้ลูกได้รับสารอาหารอย่างเพียงพอต่อร่างกาย และหลากหลายมากขึ้น ซึ่งในปลาอุดมไปสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายดังนี้

  1. วิตามินดีและธาตุเหล็ก วิตามินดีมีความสำคัญต่อกระดูกที่แข็งแรงและการพัฒนาสมอง และธาตุเหล็กเป็นแร่ธาตุสำคัญที่มีความสำคัญต่อการทำงานของร่างกายหลายอย่าง รวมถึงการลำเลียงออกซิเจน เนื่องจากวิตามินดีและธาตุเหล็กที่มีอยู่ในนมแม่นั้นเริ่มไม่เพียงพอสำหรับเด็กทารกวัย 6 เดือนขึ้นไปแล้ว การเสริมอาหารเสริมให้ลูกน้อยโดยเน้นให้ทานอาหารที่มีวิตามินดีและธาตุเหล็กสูงจึงเป็นสิ่งที่ควรแนะนำ (อ่านต่อ วิตามินดี…ดี๊ดีกว่าที่คิด!! รวม 5 อาหารที่มีวิตามินดีสูง)
  2. โปรตีน  ปลายังเป็นแหล่งโปรตีนชั้นเยี่ยม ซึ่งโปรตีนเป็นสารอาหารสำคัญที่สร้างและซ่อมแซมเนื้อเยื่อในร่างกาย ช่วยให้ลูกน้อยเจริญเติบโตอย่างแข็งแรง ในปลายังมีสังกะสีในปริมาณที่ดีต่อสุขภาพ สังกะสีเป็นแร่ธาตุอีกชนิดหนึ่งที่มีบทบาทสำคัญในระบบภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงและการเจริญเติบโตของเซลล์
  3. กรดไขมันโอเมก้า 3 ปลาบางชนิดมีกรดไขมันโอเมก้า 3 ซึ่งเป็นกรดไขมันจำเป็นที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพหลายประการสำหรับทั้งทารกและผู้ใหญ่ โดยเฉพาะในเด็กทารก กรดไขมันโอเมก้า 3 มีความสำคัญต่อการทำงานของสมอง ดวงตา และภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง อีกด้วย (อ่านต่อ 10 ปลาไทย โอเมก้า 3 สูง! บำรุงสมองสดใส หัวใจแข็งแรง)
  4. วิตามินบี 12 และไอโอดีน เป็นสารอาหารอีก 2 ชนิดที่พบในปลาที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาสมองที่แข็งแรงและเซลล์เม็ดเลือดแดงในทารก

ควรให้ลูกกินปลาอะไรดี? และข้อควรระวังในการทานปลาทะเล

แม้ปลาจะมีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทารกจะสามารถทานปลาได้ทุกชนิดได้บ่อย ๆ อย่างปลอดภัย เนื่องจากในปลาทะเลบางชนิดนั้นมีการปนเปื้อนของสารปรอท จากแหล่งน้ำที่มีการปนเปื้อนของโลหะหนัก
ยิ่งตัวใหญ่ก็จะยิ่งมีโอกาสมีสารปรอทสะสมในร่างกายสูง ปัจจุบัน มีคำแนะนำจากองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา (US FDA) แบ่งปลาออกเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้

ควรให้ลูกกินปลาอะไรดี?

  1. กลุ่ม Best Choice เป็นกลุ่มของปลาที่ปลอดภัย มีการปนเปื้อนของสารปรอทต่ำ ควรทาน 2 – 3 มื้อต่อสัปดาห์ เช่น
    • ปลาแซลมอน
    • ปลาจวด
    • ปลาทู
    • ปลากระพงขาว
    • ปลาดุก
    • ปลาแมกเคอเรลแอตแลนติก
    • ปลาจาระเม็ด
    • ปลาคอด
    • ปลาทูน่า
    • ปลาลิ้นหมา
    • ปลานิล
    • ปลากระบอก
  2. ปลากลุ่ม Good Choices ปลาที่ปลอดภัยรองลงมา ควรรับประทานอาทิตย์ละ 1 ครั้ง
    • ปลาไน
    • ปลาหิมะ
    • ปลาเก๋า
    • ปลาแฮลิบัต
    • ปลาอีโต้มอญ
    • ปลากระพงแดง
  3. กลุ่ม Choices to Avoid คือปล่ากลุ่มที่มีการปนเปื้อนของสารปรอทสูง ควรหลีกเลี่ยง
    • ปลาฉลาม
    • ปลาอินทรี
    • ปลากระโทงดำ
    • ปลากระโทงดาบ
    • ปลาไทล์ฟิชจากอ่าวเม็กซิโก

 >> คำแนะนำนี้สามารถใช้ได้กับแม่ท้องและแม่ให้นมบุตรด้วยนะคะ <<

FDA ปลาทะเล
FDA ปลาทะเล

ข้อควรระวังในการทานปลาทะเล

นอกจากอันตรายจากการปนเปื้อนของสารปรอทแล้ว ยังมีข้อควรระวังจากการทานปลาทะเลคือ แบคทีเรียและไวรัส ต่าง ๆ ที่อาจอยู่ในเนื้อปลาที่ปรุงไม่สุก หรือการทานปลาดิบ การปรุงเมนูปลา ควรปรุงให้สุกในอุณหภูมิ 62.8 องศาเซลเซียส เป็นอย่างน้อย และปล่อยให้เย็นอยู่ในภาชนะที่สะอาด ถึงจะนำมาให้ทารกทานได้ ปลาที่ปรุงสุกแล้ว สามารถเก็บอยู่ในตู้เย็นได้ไม่เกิน 2-3 วัน และสามารถเก็บอยู่ในช่องแช่แข็งได้ไม่เกิน 3 เดือน (หลังจากระยะเวลาที่กำหนด ไม่แนะนำให้นำกลับมาอุ่นทานค่ะ) สำหรับปลาดิบหรือปลาที่ยังไม่ได้นำมาปรุง สามารถเก็บในตู้เย็นได้ไม่เกิน 1-2 วัน และเมื่อนำออกมาละลาย ไม่ควรให้ปลาอยู่ในอุณหภูมิห้องเกิน 2 ชั่วโมง

คำแนะนำอาหารสำหรับทารกวัย 0-12 เดือน

นอกจากนี้ ทีมแม่ ABK ขอนำคำแนะนำจากโรงพยาบาลสินแพทย์ เกี่ยวกับอาหารทารกในวัย 0 – 12 เดือนมาฝากกันค่ะ

อายุ

อาหารเสริมที่ควรเริ่มได้

ปริมาณอาหารเสริมที่ควรได้รับต่อวัน

แรกเกิดถึง 4 เดือน
  • ไม่จำเป็นต้องให้อาหารเสริมเพราะว่าน้ำนมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารกแต่ถ้าจำเป็นจึงจะให้นมผสมรับประทาน ได้ถึง 2 ปี
  • น้ำนมแม่สามารถให้รับประทานได้ถึง 2 ปี แต่หลัง 1 ปี ต้องได้รับอาหาร  มื้อหลักครบ 3  มื้อ
อายุครบ 4-6 เดือนเริ่มให้อาหารเสริม
  • ข้าวบดละเอียด
  • ไข่ต้มสลับกับตับบด หรือ ปลาบดเช่น ปลาทู ปลาช่อน
  • ผักสุกบด เช่น ผักกาดขาวฟักทอง
  • น้ำต้มผักกับกระดูกหมู
  • ผลไม้สุก เช่น มะละกอสุก มะม่วงสุกส้ม กล้วยน้ำว้าสุก
  • ข้าวบดประมาณ 3ช้อนโต๊ะไข่แดงครึ่งฟอง
  • ตับบด 1 ช้อนโต๊ะ
  • ปลาบด 2 ช้อนโต๊ะ
  • ผักสุกบดครึ่งช้อนโต๊ะ
  • ผลไม้สุก 1-2 ชิ้น
อายุครบ 7-8 เดือน
  • ข้าวบดหยาบ
  • ไข่ทั้งฟอง สลับกับเนื้อปลา เนื้อหมูหรือ เนื้อไก่
  • ผักสุกบดหยาบให้ผักหลายชนิดสลับกัน
  • น้ำต้มผักกับกระดูกหมู
  • ผลไม้สุก
  • ข้าวบดประมาณ 4 ช้อนโต๊ะ
  • ไข่ทั้งฟอง
  • เนื้อสัตว์ 2 ช้อนโต๊ะ
  • ผักสุกบด 1-2 ช้อนโต๊ะ
  • ผลไม้สุก 2-3 ชิ้น
  • อาหารเสริม 1 มื้อ
  • ผลไม้หลังอาหาร
อายุครบ 8-10 เดือน
  • ข้าวสุกนิ่ม
  • อาหารอย่างอื่นรับประทานเหมือนอายุครบ 7 เดือน แต่เพิ่มปริมาณมากขึ้น
  • ข้าวสุกนิ่มประมาณ 5 ช้อนโต๊ะ
  • ไข่ทั้งฟอง
  • เนื้อสัตว์ 2 ช้อนโต๊ะ
  • ผักสุกหั่น 2 ช้อนโต๊ะ
  • ผลไม้สุก 3-4 ชิ้น
  • อาหารเสริม 2 มื้อ
  • ผลไม้หลังอาหารทุกมื้อ
อายุครบ 10-12 เดือน
  • รับประทานเหมือนเดิมแต่เพิ่มปริมาณมากขึ้น
  • ข้าวสุกนิ่มประมาณ 6 ช้อนโต๊ะ
  • ไข่ทั้งฟอง
  • เนื้อสัตว์ 3 ช้อนโต๊ะ
  • ผักสุกหั่น 3 ช้อนโต๊ะ
  • ผลไม้สุก 4-5 ชิ้น
  • อาหารเสริม 3 มื้อ
  • ผลไม้หลังอาหารทุกมื้อ

ได้รับคำตอบกันแล้วนะคะว่า ทารกกินปลาได้ไหม? และควรเริ่มกินปลาทะเลได้เมื่อไหร่? แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดนอกจากการทานปลาแล้ว คุณแม่ควรให้ลูกได้ทานอาหารที่หลากหลาย เพื่อให้ได้รับสารอาหารต่าง ๆ อย่างครบถ้วนนะคะ

อ่านต่อบทความดี ๆ คลิก

12 เมนู อาหารเด็ก 6 เดือน กับสูตรอร่อยเพื่อลูกวัยเริ่มกิน!

รวม 60 สูตร+วิธีทำ เมนูอาหารเด็ก ตั้งแต่ 6 เดือน – 1 ขวบ

หมอชี้!!ลูกขาด วิตามินซี อันตรายกว่าที่คิด เสี่ยงเดินไม่ได้

10 เช็กลิสต์ 12 วินัยป้องกันลูกเป็น โรคขาดสารอาหาร!!

 

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : healthline.com, U.S. Food and Drug Administration, สมาคมแพทย์สตรีแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์, babycenter.com, โรงพยาบาลสินแพทย์

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

ชื่ออิสลามผู้ชาย

100+ ชื่ออิสลามผู้ชาย ความหมายดี มีมงคลติดตัวลูก

การตั้งชื่อลูก เป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะลูกจะใช้ชื่อนั้น ๆ ไปจนโต สำหรับผู้ที่นับถือศาสนาอิสลาม นิยมตั้ง ชื่อมุสลิม ให้ลูก  ทีมแม่ ABK ขอรวม ชื่ออิสลามผู้ชาย ที่มีความหมายดี ๆ มาฝากกันค่ะ

100+ ชื่ออิสลามผู้ชาย ความหมายดี มีมงคลติดตัวลูก

คนมุสลิมมีวัฒนธรรมในการตั้ง “ชื่อมุสลิม” มาตั้งแต่เดิม เพื่อบ่งบอกให้รู้ถึงความเป็นมุสลิม และที่สำคัญคือเพื่อความบารอกัต (สิริมงคล) เพราะแต่ละชื่อที่บรรดาผู้ปกครองคัดสรรให้ลูกน้อยนั้น จะต้องเป็นชื่อที่มีความหมายดีและมีความไพเราะ แต่เดิมนั้น ปู่ ยา ตา ยาย ทวด มักจะมีชื่อเพียงชื่อเดียว เป็นชื่อสั้น ๆ เรียกง่าย ๆ และใช้ชื่อมุสลิมเป็นทั้งชื่อจริงและชื่อเล่นไปในตัว แต่ในสมัยนี้ ชื่อมุสลิม มีความครีเอทเพิ่มมากขึ้น ในปัจจุบันคนมุสลิมมักตั้งชื่อที่แปลกใหม่ขึ้น และอาจจะเป็นการใช้คำในภาษาต่างประเทศ หรือหยิบคำนั้นมาผสมกับคำนี้ ให้ดูไม่เหมือนใคร มาดูกันว่ามี ชื่ออิสลามผู้ชาย ชื่อไหนที่ถูกใจแม่ ๆ กันบ้าง

100+ ชื่ออิสลามผู้ชาย ความหมายดี มีมงคลติดตัวลูก

ชื่อ ความหมาย
Aaban  ชื่อของ เทวดา
Aafiya  สุขภาพ ที่ดี
Aahil  เจ้าชาย
Aalee  ประเสริฐ สูง
Aamir  เจริญรุ่งเรือง
Aaqib  สาวก
Aaqil  ชาญฉลาด
Abbud  ผู้ศรัทธา
Abdul Aalee  คนรับใช้ของ ผู้สูงสุด
Adel  ผู้พิพากษามีเกียรติคนหนึ่งที่เที่ยงธรรม
Afeef  บริสุทธิ์ บริสุทธิ์ , เคร่งศาสนา
Ashar  คนที่มีภูมิปัญญา
Ashraf  มีเกียรติมากที่สุด
Asim  ผู้คุ้มครอง
Ata Allah  ของประทานจากพระเจ้า
Baber  กล้าหาญ , สิงโต
Badi  มหัศจรรย์
Barir  ซื่อสัตย์
Barraq  ส่องแสง
Basel  กล้าหาญ
Dhakiy  ฉลาด สดใส
Dhakwan  ชาญฉลาด
Dhiya  แสง งดงาม
Dilawar  กล้าหาญ
Dildar  มีเสน่ห์ เป็นที่รัก
Diyari  ของขวัญ
Ehsan  มีอำนาจ
Eshan  ความรักในพระเจ้า
Faaz  ชนะ ประสบความสำเร็จ
Farooq  งาม
Farrukh  มีความสุข มงคล
Fatih  ผู้พิชิต
Fayaaz  อ่อนน้อม และ ใจกว้าง
Ghazawan  นักรบ สหายของท่านศาสดา
Ghazi  ผู้พิชิต
Ghiyath  ผู้ประสบความสำเร็จ
Ghutayf  ร่ำรวย
Habbab  อ่อนโยน น่ารัก
Habib  สุดที่รัก
Haji  ผู้แสวงบุญ
ชื่ออิสลาม
ชื่ออิสลาม

100+ ชื่อมุสลิมผู้ชาย ความหมายดี มีมงคลติดตัวลูก

ชื่อ ความหมาย
IIbrahim  พระบิดาแห่งผู้คนหลากหลาย ชื่อศาสดา ( อับราฮัม )
Ilias  ชื่อศาสดา ( เอลียาห์ )
Ilyas  ชื่อศาสดา
Imran  ชื่อศาสดา
Jasmir  เข้มแข็ง
Jawdan  คุณงามความดี
Jazib  สวย หล่อ
Jibril  เทวทูต ของ อัลเลาะห์ ( กาเบรียล )
Junayd  นักรบ
Khurram  ร่าเริง มีความสุข
Khursheed  ดวงอาทิตย์
Khush Bakht  โชคดี
Khushtar  ล้อมรอบด้วยความสุข
Lajlaj  สหายของศาสดา
Maimun, Maymun  โชคดี
Marzuq  พรจากพระเจ้า
Masarrat  ความสุข
Mujahid  นักรบ ( ในทางของ อัลเลาะห์)
Najeeb  ชาติกำเนิดสูงส่ง
Omar  อายุยืน
Owais  สหาย ของท่านศาสดา ( S.A.W )
Qasid  ทูตสวรรค์
Qatadah  ชื่อของ สหาย ของท่านศาสดา
Quadir  เข้มแข็ง
Qudamah  กล้าหาญ
Rizq  พรของพระเจ้า
Safeer  ทูต
Safi  บริสุทธิ์
Saheim  นักรบ
Saib  ที่เหมาะสม ถูกต้อง
Sulaiman  ชื่อ ผู้เผยพระวจนะ
Taymullah  ผู้รับใช้ของพระเจ้า
Taymur  กล้าหาญ ที่แข็งแกร่ง
Tayyab  สะอาด
Tayyib  ดีหรือละเอียดอ่อน
Tazeem  มีเกียรติ
Thaqib  ดาวตก
Tharwat  ความมั่งคั่ง โชคลาภ ร่ำรวย
Thawban  ชื่อของสหายของท่านศาสดา
Tihami  ชื่อของท่านศาสดา ( S.A.W )
ตั้งชื่ออิสลาม
ตั้งชื่ออิสลาม

100+ ชื่ออิสลาม ความหมายดี มีมงคลติดตัวลูก

ชื่อ ความหมาย
Tobias  เกิดมาพร้อมกับดาว
TTaban  รุ่งโรจน์ ระยิบระยับ
Ubaid  ซื่อสัตย์
Ubaidah, Ubaydah  ผู้รับใช้ของพระเจ้า
Ubaydullah  คนรับใช้ของ อัลเลาะห์
Uhban  ชื่อของท่านศาสดา ( S.A.W )
Umair  ชาญฉลาด
Umar  ชื่อของพระเจ้ากาหลิบ ที่สอง
Omar  ชื่อของพระเจ้ากาหลิบ ที่สอง
Uzair  ชื่อของท่านศาสดา
Uzayr  ล้ำค่า
Waliy al Din  ผู้รับใช้ ของพระเจ้า
Waliy Allah  ผู้รับใช้ ของพระเจ้า
Waqas  นักรบ
Waseem  หล่อ
Wasim, Waseem  สง่างาม ดูดี
Yasir  ร่ำรวย
Youssef, Yusef, Yusuf  ชื่อ ผู้วิเศษ ( โจเซฟ )
Yunus  ชื่อศาสดา
Yunus, Yoonus  ชื่อ ผู้วิเศษ ( โจนาห์ )
Yushua  พระเจ้าทรงช่วย
Yusuf  ชื่อ ผู้วิเศษ ( โจเซฟ )
Zafar  ชัยชนะ
Zafir  มีชัย
Zaheer  สดใสและ ส่องแสง
Zahir  สดใส ส่องแสง ดอกไม้
Zaid, Zayd  การเจริญเติบโต อุดมสมบูรณ์
Zain, Zayn  ความงาม
Zakar  หล่อ
Zakariya  ชื่อของศาสดา
Zakariyya  ชื่อ ผู้เผยพระวจนะ ( Zakaria )
Zaki  อัจฉริยะ บริสุทธิ์ บริสุทธิ์
Zaki, Zaky  บริสุทธิ์
Zakir  คนที่เชื่อในอัลลอฮ์

ทีมแม่ ABK หวังว่า ชื่ออิสลามผู้ชาย ทั้ง 100+ ชื่อนี้ จะมีชื่อที่ถูกใจแม่ ๆ นะคะ

อ่านต่อบทความดี ๆ คลิก

300+ ชื่อผู้ชาย ความหมายดี ปี 2021-2022 ตามวันเกิด

200+ ชื่ออิสลามผู้หญิง ชื่อมุสลิม ความหมายดี ปี 2021

300+ ชื่อเล่นลูกชาย อัพเดตล่าสุด 2021!! ไม่ซ้ำ ไม่เชย เท่ล้ำไม่เหมือนใคร

300+ ชื่อมงคล ผู้หญิง ตามวันเกิดพร้อมความหมายดี ๆ

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : www.muslimthaipost.com, www.halallifemag.com/mulsim-name

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

dixit บอร์ดเกมใบ้คำ

บอร์ดเกม DiXit ชวนลูกใบ้คำ ฝึกทักษะเล่าเรื่อง โดย พ่อเอก

บอร์ดเกมหรือเกมที่เคยแนะนำมาทั้งหมดสามารถใช้ผู้เล่นเพียง 2 คนเล่นได้ แต่ บอร์ดเกม DiXit เป็นบอร์ดเกมแรกที่ผมนำมาแนะนำที่ต้องมีผู้เล่นอย่างน้อย 3 คน ถึงจะเล่นได้

บอร์ดเกม DiXit คืออะไร

DiXit Odyssey เป็นบอร์ดเกมที่เป็นเกมทายรูปภาพจากคำใบ้ ฟังดูเป็นเกมพื้นๆ ซึ่งก็จริง เพราะวิธีการเล่นง่ายมากแต่สนุกสุดๆ ยิ่งคนเล่นเยอะยิ่งสนุก และจะสนุกขึ้นถ้ามีพวกนักใบ้ที่เป็นคนคิดซับซ้อน ผสมกับนักใบ้ที่มีความมั่วเล่นอยู่ในวงเดียวกัน และ DiXit สามารถเล่นได้สูงสุด 12 คน

ใน website boardgamegeek.com ให้ rating ความสนุกไว้ที่ 7.4 คะแนน ถือว่าไม่น้อยเลย และ complexity 1.18 จากเต็ม 5 ก็ถือว่าเล่นไม่ยาก เกมใช้เวลาเล่นประมาณ 30 นาที และเหมาะกับอายุ 8+ แต่ก็เหมือนทุกเกมที่ทั้งปูนปั้นกับปั้นแป้งเล่นได้ทั้งที่วัยไม่ถึง ซึ่งหมายถึงเด็กๆ ทุกคนเล่นได้เช่นกัน

Tokyo Highway บอร์ดเกมครอบครัว ชวนลูกสร้างทางด่วน

ชวนลูกเล่น เกมต่อบล็อคไม้ Katamino Family

รีวิว Jurassic Snack บอร์ดเกมง่ายๆ สอนลูกรู้จักวางแผน

บอร์ดเกม dixit
บอร์ดเกม dixit

บอร์ดเกม DiXit อุปกรณ์การเล่น

  • บอร์ดนับคะแนน 2 ชิ้น (ตอนเล่นเอามาต่อกันเป็นชิ้นเดียวกัน)
  • การ์ดรูปภาพ 84 ใบ
  • บอร์ดคำตอบ 12 ชิ้น (สำหรับ จำนวนผู้เล่นมากสุด 12 คน)
  • หมุดคำตอบ 24 ชิ้น
  • โทเคนกระต่ายไม้ 12 ตัว (สำหรับ จำนวนผู้เล่นมากสุด 12 คน)
การ์ดสำหรับใช้เล่าเรื่อง
การ์ดสำหรับใช้เล่าเรื่อง

การเตรียมเกม DiXit 

ประกอบบอร์ดนับคะแนนทั้ง 2 ชิ้นเข้าด้วยกัน

ผู้เล่นเลือกบอร์ดคำตอบสีที่ต้องการพร้อมกับโทเคนกระต่ายสีเดียวกับบอร์ดคำตอบ

ทุกคนนำโทเคนกระต่ายไปวางที่ช่อง 0 แต้มบนบอร์ดนับคะแนน

สลับการ์ดรูปภาพทั้ง 84 ใบ แจกให้ผู้เล่นคนละ 6 ใบ ที่เหลือเป็นกองจั่ว (อย่าให้ผู้อื่นเห็นไพ่บนมือเรา)

  • ถ้ามีผู้เล่น 3-6 คน ผู้เล่นแต่ละคนได้หมุดคำตอบคนละ 1 อัน (สีไหนก็ได้)
  • ถ้ามีผู้เล่น 7-12 คน ผู้เล่นแต่ละคนได้หมุดคำตอบคนละ 2 อัน (สีไหนก็ได้)
การเซ็ทเกม dixit
การเซ็ทเกม dixit สำหรับ 4 คน

บอร์ดเกม DiXit วิธีเล่น

ในแต่ละรอบจะมีนักเล่าเรื่อง 1 คน (ผลัดวนกันไป) ที่ทำหน้าที่ใบ้ภาพของไพ่ในมือที่เลือกไว้ (1 ใบ จาก 6 ใบในมือ แล้วนำมาคว่ำไว้ด้านหน้า) โดยการเล่าเรื่องจะเป็นการใบ้ภาพ ซึ่งใช้เป็น คำหนึ่งคำ เรื่องเล่ายาวสั้น เป็นเพลง ชื่อหนัง โคลงกลอน อะไรก็ได้ที่สื่อถึงภาพตัวเอง โดยไม่ต้องสื่อสารให้ตรงเป๊ะๆ ก็ได้

เมื่อนักเล่าเรื่องเล่าเสร็จ ผู้เล่นคนอื่นเลือกการ์ดในมือตนเอง ที่คิดว่าใกล้เคียงกับสิ่งที่นักเล่าเรื่องเล่ามาที่สุด แล้วคว่ำการ์ดนั้นส่งให้นักเล่าเรื่อง นักเล่าเรื่องจะสลับการ์ดทุกใบที่รับมารวมกัน แล้วค่อยๆ สุ่มเปิดการ์ดวางเปิดบนบอร์ดนับคะแนนเรียงลำดับ 1-12

ผู้เล่นทุกคน จะเลือกว่ารูปไหนหน้าจะเป็นการ์ดของนักเล่าเรื่อง แล้วเลือกคำตอบนั้นโดยการปักหมุดบนการ์ดคำตอบของตัวเอง อย่าให้ใครเห็น

ปักหมุดคำตอบ
ปักหมุดคำตอบของตัวเอง อย่าให้ใครเห็น

เมื่อทุกคนเลือกเสร็จ ก็ให้ทุกคนเปิดบอร์ดคำตอบตัวเองว่าเลือกเลขใด แล้วผู้เล่าเรื่องจะทำการเฉลยว่าการ์ดใบไหนเป็นของตนเอง

Note :

1) ผู้เล่น ห้ามเลือกการ์ดตัวเอง

2) กรณีเล่น 7-12 คน สามารถเลือกได้ 2 คำตอบ

บอร์ดเกม DiXit การนับคะแนน

  • หากผู้เล่นทุกคนทายถูกหมด หรือ ผู้เล่นทุกคนทายผิดหมด : ผู้เล่นทุกคนจะได้คนละ 2 คะแนน เว้นนักเล่าเรื่องจะได้ 0 คะแนน เพราะถือว่าเล่า ยากหรือง่ายไป
  • หากมีผู้เล่นบางคนตอบถูก และบางคนตอบผิด : ผู้ที่ตอบถูกและนักเล่าเรื่องจะได้คนละ 3 คะแนน คนที่ตอบผิดได้ 0 คะแนน
  • ผู้เล่นที่ไม่ใช่นักเล่าเรื่อง แต่มีคนมาเลือกการ์ดภาพตนเอง : จะได้โบนัส 1 คะแนนต่อ 1 โหวตที่มาเลือก แต่ไม่เกิน 3 คะแนนต่อรอบ
คะแนนบนกระดานคะแนน
คะแนนบนกระดานคะแนน

จบรอบ

  • ผู้เล่นทุกคนจั่วไพ่ใหม่คนละใบจากกองให้บนมือกลับมาครบ 6 ใบ
  • การ์ดที่เล่นในรอบที่ผ่านมา เก็บออกจากบอร์ดเป็นกองทิ้ง
  • ผู้เล่นทางซ้ายของนักเล่าเรื่องคนก่อนเป็นคนเล่าคนถัดไป
  • หากไพ่ในกองจั่วหมด ให้เอากองทิ้งมาสลับและเติมเข้าไป

จบเกม

เกมจบลงเมื่อมีผู้เล่นที่ได้ครบ 30 คะแนนก่อน

กฏพิเศษสำหรับการเล่น 3 คน

เพื่อให้สนุกขึ้นคือ ให้แจกการ์ดให้ผู้เล่นแต่ละคน 7 ใบแทนที่จะเป็น 6 ใบ และตอนส่งการ์ดรูปภาพให้นักเล่าเรื่องจะต้องส่ง 2 ใบ (แทนที่จะเป็น 1 ใบ) ทำให้จะมีการ์ด 5 ใบบนบอร์ดนับคะแนนเสมอ

ปั้นแป้งกำลังเล่าเรื่อง
ปั้นแป้งกำลังเล่าเรื่อง ยิ่งเล่นบ่อย ยิ่งใบ้คำเก่ง

ประโยชน์ของการ ชวนลูกเล่น บอร์ดเกม DiXit

เกมนี้ได้หัดเรื่องการใช้ภาษา การเล่าเรื่อง ไหวพริบปฏิภาณในการผูกโยงเรื่องที่ฟังเข้ากับภาพที่เห็น ไหวพริบในการเล่าเรื่องเพื่อให้ผู้ฟังตีความได้ยาก ยกตัวอย่างที่ผมเล่นกับลูก เช่น

การ์ดรูปเด็กยืนเขียนชอล์คบนกระดานดำ ผมก็เล่าว่า ตกใจแทบตาย ซึ่งลูกๆ ก็จะพยายามหาการ์ดที่สื่อถึงการตกใจ แต่ตอนเฉลย ผมก็เฉลยว่า ตกใจแทบตาย = ช็อค (shock) และพ้องเสียงกับ ชอล์ค (chalk) ก็จะเรียกเสียงฮาจากลูกๆ ได้

หรือ ปูนปั้นเคยได้รูปคล้ายหอไอเฟล ปูนปั้นใบ้ว่า วันนี้เป็นวันอะไร แล้วตอนเฉลยมันคือวันเสาร์ ซึ่งก็เป็นเสาร์หอไอเฟล

ส่วนปั้นแป้งจะยังใสซื่อไร้เดียงสา แรกๆ ก็มักจะใบ้อะไรตรงๆ ที่มีในภาพ และก็โดนทายถูกประจำ พอเล่นบ่อยขึ้นก็จะมีมุกขึ้น ก็จะเริ่มใบ้แบบ “รวยมาก” ซึ่งบางทีในภาพอาจจะไม่ได้มีอะไรมาก แต่มันเป็นของมีค่าในสายตาเด็ก พอเฉลยก็ได้ฮากันไป

ความสนุกมันจึงอยู่ตรงการเล่าเรื่อง ที่ยิ่งเล่นบ่อยก็จะยิ่งสลับซับซ้อนขึ้น โดยเรื่องที่เล่าจะมาผูกกับประสบการณ์ที่ได้พบเจอ และมาฮากันตอนเฉลย ที่ทำให้งงไปตามๆ กันว่า มันต้องตีความกันขนาดนั้นเลยรึนี่

 


ชวนลูกเล่นบอร์ดเกมนอกจากได้ความสนุกสนาน ใช้เวลาร่วมกับครอบครัวแล้ว ยังช่วยให้เกิด Power BQ หลายด้านทั้งความฉลาดจากการเล่น Play Quotient (PQ)  ความฉลาดทางสติปัญญา Intelligenct Quotient (IQ) และ Thinking Quotient (TQ) ฉลาดคิดเป็น ผ่านกการวางแผนการเล่น การวางแผนใช้ทรัพยากร ทั้งยังช่วยสร้างจินตนาการให้ลูกมี Creativity Quotient (CQ) ด้วยการตั้งคำถามจากเกม รวมถึงต่อยอดชวนลูกไปทำกิจกรรมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อการเรียนรู้ที่ไม่สิ้นสุดอีกด้วย


>แวะไปดู รอยยิ้มหวานฉ่ำ ที่มีแจกฟรีทุกวันได้ที่เฟซบุ๊ค

หมุนรอบลูก – พี่ปูนปั้น กับ น้องปั้นแป้ง นะครับ<<

ติดตามเพจหมุนรอบลูก

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

Patchwork บอร์ดเกมยอดนิยม เด็กเล่นได้ ผู้ใหญ่เล่นเพลิน โดยพ่อเอก

รีวิว Quoridor และ Pylos เกมส์ไม้ เสริมพัฒนาการ โดยพ่อเอก

ชวนเล่น! Splendor จุดประกายลูก สนุกกับบอร์ดเกม โดย พ่อเอก

 

Monopoly เกมเศรษฐี บอร์ดเกมยอดฮิต ฝึกลูกวางแผนการเงิน โดยพ่อเอก

 

ตั้งชื่อลูก ชื่อไทย ชื่อมงคล

ชื่อไทย ชื่อมงคลตามตำราโหราศาสตร์ไทยเพื่อลูกน้อย!

เกิดเป็นคนไทย อยากตั้งชื่อลูกแบบไทย ๆ ชื่อไทย เพราะๆ ความหมายดีๆ เป็นมงคล ตรงตามหลักโหราศาสตร์ไทย จัดมาให้เลือกพร้อมกันที่นี่! เพราะชื่อดีเป็นศรีแก่ตัว

ชื่อไทย ชื่อมงคลตามตำราโหราศาสตร์ไทยเพื่อลูกน้อย!

ภาษาไทย เป็นภาษาที่สวยงาม ไพเราะ แถมมีความหมายดี ๆ มงคลมากมาย การตั้งชื่อลูกเป็นชื่อไทย ชื่อมงคล จึงยังคงเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายไม่น้อย อีกทั้งยังมีความเข้าใจง่าย เพราะเป็นภาษาแม่ ภาษาถิ่นในเมืองเกิดนั่นเอง

ตำราโหราศาสตร์ไทย ตำราที่ว่าด้วยดวงดาว ฤกษ์ยาม ความมงคล พ่อแม่ที่อยากตั้งชื่อลูกให้เป็นชื่อไทย ก็ควรระลึกถึงชื่อที่เข้าตำราดังกล่าวจะเป็นการดี เพิ่มความสิริมงคล โชคลาภให้แก่ลูกน้อย โดยตำราโหราศาสตร์ไทยนั้นมีมากมายหลายวิธี แต่วันนี้ ทีมแม่ ABK ขอนำเอาวิธีที่ง่ายที่สุดในศาสตร์การตั้งชื่อ นั่นคือ ตั้งตามวันเกิด ซึ่งการนับวันตามแบบไทยนั้น จะมีวิธีการนับที่มีรายละเอียด ดังนี้

ตั้งชื่อลูก ตามตำราโหราศาสตร์ไทย
ตั้งชื่อลูก ตามตำราโหราศาสตร์ไทย

ทักษาประจำวันเกิด การนับเวลาเกิดตามแบบไทย

แบบโหราศาสตร์ไทยจะนับเริ่มต้นวันที่ 06.00 – 05.59 น. ของอีกวันเป็นวันเดียวกัน

เกิดวันอาทิตย์เวลา 6.00 (6 โมงเช้า) – เช้าวันจันทร์เวลา 5.59 (ตี5.59นาที) นับเป็นวันอาทิตย์
เกิดวันจันทร์เวลา 6.00 (6 โมงเช้า) – เช้าวันอังคาร เวลา 5.59 (ตี5.59นาที) นับเป็นวันจันทร์
เกิดวันอังคารเวลา 6.00 (6 โมงเช้า) – เช้าวันพุธ เวลา 5.59 (ตี5.59นาที) นับเป็นอังคาร
เกิดวันพุธเวลา 6.00 (6 โมงเช้า) – เย็นวันพุธเวลา 17.59 (5โมง.59นาที) นับเป็นพุธกลางวัน
เกิดวันพุธเวลา 18.00 (6 โมงเย็น) – เช้าวันพฤหัส เวลา 5.59 (ตี5.59นาที) นับเป็นพุธกลางคืน
เกิดวันพฤหัสเวลา 6.00 (6 โมงเช้า) – เช้าวันศุกร์เวลา 5.59 (ตี5.59นาที) นับเป็นวันพฤหัส
เกิดวันศุกร์เวลา 6.00 (6 โมงเช้า) – เช้าวันเสาร์เวลา 5.59 (ตี5.59นาที) นับเป็นวันศุกร์
เกิดวันเสาร์เวลา 6.00 (6 โมงเช้า) – เช้าวันอาทิตย์เวลา 5.59 (ตี5.59นาที) นับเป็นวันเสาร์

นอกจากนี้ ยังมีคำศัพท์ที่เราควรทำความเข้าใจกับความหมาย เพื่อที่ว่าคุณพ่อคุณแม่ต้องการเสริมดวงด้านไหนแก่ชื่อของลูกก็ควรเน้น ตัวอักษรที่ตรงตามด้านนั้นกับวันเกิดของลูกน้อย ก็จะยิ่งเสริมในจุดที่เด่น เพิ่มมงคลมากยิ่งขึ้นไปอีกด้วย

บริวาร คนที่อยู่ใกล้ชิด สามี ภรรยา ลูก คนรับใช้ ญาติพี่น้อง เพื่อน ผู้อยู่ในอุปการะ รวมถึงผู้ใต้บังคับบัญชาด้วย
อายุ ชีวิตความเป็นอยู่ วิถีทางการดำเนินชีวิต สุขภาพร่างกาย ความแข็งแรง
เดช อำนาจ วาสนา บารมี ลาภ ยศ สรรเสริญ เกียรติ์ ศักดิ์ศรี ชื่อเสียง อิทธิพล ตำแหน่ง หน้าที่การงานสภาพสังคม การศึกษา การทำงาน
ศรี โชคลาภ มงคลทั้งปวง ความสำเร็จ ความสมหวัง เสน่ห์ ความเมตตามหานิยม เงินทอง คุณงามความดีทั้งหลาย
มูละ เงินทอง ทรัพย์สิน มรดก หลักทรัพย์ ความมั่นคง ที่ดิน หลักทรัพย์ทางเศรษฐกิจ
อุตสาหะ ความขยันหมั่นเพียร อาชีพ การทำงาน ความพากเพียร เพื่อความสำเร็จของชีวิต ความคิดใหม่ๆ ความกระตือรือร้นต่างๆ
มนตรี การมีผู้หลักผู้ใหญ่สนับสนุน ช่วยเหลือ ค้ำจุนเกื้อกูลด้วยความเอ็นดู ทั้งพ่อแม่ ญาติผู้ใหญ่ครู อาจารย์ เจ้านาย ผู้ที่อาวุโสกว่า
กาลกิณี ความทุกข์ระทม ความอาภัพ อัปมงคล ไร้โชค เคราะห์ร้าย ความชั่ว อุปสรรค ความเจ็บป่วย ความผิดหวัง ความทุกข์เสียใจ ความพลัดพราก ศัตรู

จุดที่สำคัญในการเลือกชื่อไทยของลูก ตามหลักโหราศาสตร์ไทยในแบบง่าย ๆ นี้ ให้คุณพ่อคุณแม่เน้นเลี่ยงคำที่อยู่ในช่องกาลกิณี ไม่ให้มีในชื่อของลูก ที่เกิดวันนั้น ๆ พอจะเข้าใจหลักการคร่าว ๆ กันแล้ว เรามาเริ่มต้นดูตัวอักษรที่เหมาะกับวันต่าง ๆ และตัวอย่างชื่อทั้งชาย และหญิงกันเลยดีกว่า

ชื่อไทย ตามวันเกิด เป็นมงคล
ชื่อไทย ตามวันเกิด เป็นมงคล

 เด็กเกิดวันอาทิตย์ 

วันเกิด บริวาร อายุ เดช ศรี มูละ อุตสาหะ มนตรี กาลกิณี
วันอาทิตย์ อะ อา อิ อี อึ อือ อุ อู เอ โอ การันต์ ไ ใ แ ไม้หันอากาศ ก ข ค ฆ ง จ ฉ ช ซ ฌ ญ ฏ ฎ ฐ ฑ ฒ ณ ด ต ถ ท ธ น บ ป ผ ฝ พ ฟ ภ ม ย ร ล ว ฤ ส ษ ศ ห ฬ อ ฮ

ตัวอย่างชื่อไทย ผู้ชายเกิดวันอาทิตย์เป็นมงคล

ชื่อไทย อ่านว่า ความหมาย
กันต์ กัน น่ารัก น่าพอใจ
เขมนันท์ เข-มะ-นัน ยินดีในความปลอดภัย
คณาธิป คะ-นา-ทิบ ผู้เป็นหัวหน้า
คิรากร คิ-รา-กอน กระทำซึ่งถ้อยคำ พูดเก่ง พูดดี
คุณากร คุ-นา-กอน บ่อเกิดแห่งความดี
จารุวัฒน์ จา-รุ-วัด ผู้มีความเจริญรุ่งเรือง
จิรเมธ จิ-ระ-เมด มีความรู้ตลอดกาลนาน มีความฉลาดนาน
ฉันทัช ฉัน-ทัด ผู้เกิดมาด้วยความพอใจ
ชญานนท์ ชะ-ยา-นน ยินดีในความรู้
ชนกันต์ ชะ-นะ-กัน เป็นที่รักของคนทั้งหลาย
ชยพล ชะ-ยะ-พน มีพลังคือชัยชนะ
ชัชรินทร์ ชัด-ชะ-ริน ผู้เป็นใหญ่
ฐากูร ถา-กูน ที่เคารพ
ณภัทร นะ-พัด ดีงามด้วยความรู้
เดชาธร เด-ชา-ทอน ทรงไว้ซึ่งเดช
ภาณุภัทร พา-นุ-พัด เจริญด้วยแสงสว่าง พระอาทิตย์

ตัวอย่างชื่อไทย ผู้หญิงวันอาทิตย์เป็นมงคล

ชื่อไทย อ่านว่า ความหมาย
กชมน กด-ชะ-มน มีใจประเสริฐเหมือนดอกบัว
กนกรดา กะ-หนก-ระ-ดา ยินดีในทอง
กรรวี กอน-ระ-วี รัศมีแห่งพระอาทิตย์
เขมิกา เข-มิ-กา มีความเกษมสันต์
จารวี จา-ระ-วี ผู้งดงาม
จิณัฐตา จิ-นัด-ตา ความเป็นผู้ฉลาดที่ได้สั่งสมมา
โชติมนต์ โช-ติ-มน ประเสริฐในความรู้
ญาณิน ยา-นิน ผู้มีความรู้
ฐิตาภา ทิ-ตา-พา มีรัศมีมั่นคง รุ่งเรืองนาน
ธนัญญา ทะ-นัน-ยา มีความรู้เรื่องทรัพย์
ธัญชนก ทัน-ชะ-นก ให้เกิดสิริมงคล หรือให้เกิดโชค
ธันยวีร์ ทัน-ยะ-วี มีโชคและมีความกล้า
เบญญาภา  เบน-ยา-พา รุ่งเรืองด้วยปัญญา
บุณยาพร บุน-ยา-พอน ดีและประเสริฐ ประเสริฐด้วยความดี
ปภาวี ปะ-พา-วี ผู้มีอำนาจ
รินรดา ริน-ระ-ดา ผู้ยินดีหรือรื่นเริงอยู่เสมอ
ตั้งชื่อลูก ชื่อไทย เสริมดวง
ตั้งชื่อลูก ชื่อไทย เสริมดวง

เด็กที่เกิดวันจันทร์

วันเกิด บริวาร อายุ เดช ศรี มูละ อุตสาหะ มนตรี กาลกิณี
วันจันทร์ ก ข ค ฆ ง จ ฉ ช ซ ฌ ญ ฏ ฎ ฐ ฑ ฒ ณ ด ต ถ ท ธ น บ ป ผ ฝ พ ฟ ภ ม ย ร ล ว ฤ ส ษ ศ ห ฬ อ ฮ อะ อา อิ อี อึ อือ อุ อู เอ โอ การันต์ ไ ใ แ ไม้หันอากาศ

ตัวอย่างชื่อไทยผู้ชายเกิดวันจันทร์เสริมมงคล

ชื่อไทย อ่านว่า ความหมาย
กมลภพ กะ-มน-ละ-พบ ผู้เกิดจากดอกบัว คือพระพรหม
กฤต กริด กระทำแล้ว
คมกฤช คม-กริด คมของกริช
ชยธร ชะ-ยะ-ทอน ทรงชัย
ชลธร ชน-ละ-ทอน ผู้ทรงไว้ซึ่งน้ำ คือทะเล
ตฤณ ตริน หญ้า
ธนกร ทะ-นะ-กอน สร้างทรัพย์สิน
วรนน วอ-ระ-นน มีใจประเสริฐ

ตัวอย่างชื่อไทยผู้หญิงที่เกิดวันจันทร์เสริมมงคล

ชื่อไทย อ่านว่า ความหมาย
กชอร กด-ชะ-ออน หญิงงามดุจดอกบัว
กนกพร กะ-หนก-พอน ทองประเสริฐ
ธมนวรรณ ทะ-มน-วัน มีผิวพรรณสวยงาม
พรรณปพร พัน-ปะ-พอน มีผิวพรรณประเสริฐ
ภคพร พะ-คะ-พอน มีโชคเป็นพร

 เด็กที่เกิดวันอังคาร  

วันเกิด บริวาร อายุ เดช ศรี มูละ อุตสาหะ มนตรี กาลกิณี
วันอังคาร จ ฉ ช ซ ฌ ญ ฏ ฎ ฐ ฑ ฒ ณ ด ต ถ ท ธ น บ ป ผ ฝ พ ฟ ภ ม ย ร ล ว ฤ ส ษ ศ ห ฬ อ ฮ อะ อา อิ อี อึ อือ อุ อู เอ โอ การันต์ ไ ใ แ ไม้หันอากาศ ก ข ค ฆ ง

ตัวอย่างชื่อไทย ผู้ชายที่เกิดวันอังคารเป็นมงคล

ชื่อไทย อ่านว่า ความหมาย
จรณินท์ จะ-ระ-นิน เป็นใหญ่เพราะความประพฤติดี
จารุเดช จา-รุ-เดด มีเดชงดงาม
จิรวิน จิ-ระ-วิน ผู้มีอายุยืนยาวมพอใจ
ชฎาธร ชะ-ดา-ทอน พระศิวะ
ชนานันท์ ชะ-นา-นัน ยินดีในหมู่คน
ชยพัทธ์ ชะ-ยะ-พัด เกี่ยวเนื่องกับความชนะ
ณพิชญ์ นะ-พิด นักปราชญ์
ณัฐพล นัด-ถะ-พน พลังแห่งนักปราชญ์
เดชาธร เด-ชา-ทอน ทรงไว้ซึ่งเดช
เตโชดม เต-โช-ดม มีเดชสูงสุด
ธนดล ทะ-นะ-ดน บันดาลทรัพย์
ธนเดช ทะ-นะ-เดด มีทรัพย์เป็นอำนาจ
ชื่อไทย เด็กผู้หญิงที่เป็นมงคล
ชื่อไทย เด็กผู้หญิงที่เป็นมงคล

ตัวอย่างชื่อไทยผู้หญิงวันอังคารเสริมมงคล

ชื่อไทย อ่านว่า ความหมาย
ชฎารัตน์ ชะ-ดา-รัด มงกุฎแก้ว
ญาณิดา ยา-นิ-ดา มีความรู้
ฐปนีย์ ถะ-ปะ-นี ผู้มีความตั้งมั่น
ฐิติภา ถิ-ติ-พา แสงสว่าง
ธวัลยา ทะ-วัน-ยา บริสุทธิ์
นภาลัย นะ-พา-ลัย ฟากฟ้า
นรียา นะ-รี-ยา สตรี
ภัทรวรรณ พัด-ทระ-วัน มีผิวพรรณดีงาม
หทัยรัตน์ หะ-ไท-รัด แก้วใจ
ธัญสิริ ทัน-ยะ-สิ-หริ โชคดีและเป็นมิ่งขวัญ

  เด็กเกิดวันพุธ  

วันเกิด บริวาร อายุ เดช ศรี มูละ อุตสาหะ มนตรี กาลกิณี
วันพุธกลางวัน ฏ ฎ ฐ ฑ ฒ ณ ด ต ถ ท ธ น บ ป ผ ฝ พ ฟ ภ ม ย ร ล ว ฤ ส ษ ศ ห ฬ อ ฮ อะ อา อิ อี อึ อือ อุ อู เอ โอ การันต์ ไ ใ แ ไม้หันอากาศ ก ข ค ฆ ง จ ฉ ช ซ ฌ ญ
วันพุธกลางคืน ย ร ล ว ฤ ส ษ ศ ห ฬ อ ฮ อะ อา อิ อี อึ อือ อุ อู เอ โอ การันต์ ไ ใ แ ไม้หันอากาศ ก ข ค ฆ ง จ ฉ ช ซ ฌ ญ ฏ ฎ ฐ ฑ ฒ ณ ด ต ถ ท ธ น บ ป ผ ฝ พ ฟ ภ ม
ชื่อไทย ชื่อเด็กชายหญิง ความหมายดี ๆ
ชื่อไทย ชื่อเด็กชายหญิง ความหมายดี ๆ

ตัวอย่างชื่อไทย ผู้ชายที่เกิดวันพุธกลางวัน

ชื่อไทย อ่านว่า ความหมาย
กรวีร์ กอ-ระ-วี กล้าหาญในการทำงาน
กีรติ กี-ระ-ติ ผู้มีเกียรติ
ฐากูร ถา-กูน ที่เคารพ ผู้น่าเลื่อมใส
ณรงค์ฤทธิ์ นะ-รง-ริด มีฤทธิ์ในการรบ
ตุลธร ตุน-ละ-ทอน ทรงไว้ซึ่งความเที่ยงตรง
ทัพพ์ ทับ ทรัพย์สมบัติ
ปกรณ์ ปะ-กอน คัมภีร์
ภรัณยู พะ-รัน-ยู ผู้ปกป้อง

ตัวอย่างชื่อไทย ผู้หญิงเกิดพุธกลางวัน

ชื่อไทย อ่านว่า ความหมาย
กมลเนตร กะ-มน-เนด ตางามดุจดอกบัว
กานต์ธีรา กาน-ที-รา นักปราชญ์ผู้เป็นที่รัก
คคนางค์ คะ-คะ-นาง ท้องฟ้า
ฐานิตา ถา-นิ-ตา ผู้มีฐานะ
ณัฐนรี นัด-นะ-รี หญิงสาวผู้เป็นนักปราชญ์
ธันยพร ทัน-ยะ-พอน มีโชคอันประเสริฐ
นารา นา-รา รัศมีรุ่งเรือง
บัณฑิตา บัน-ดิ-ตา ผู้ฉลาด ผู้มีความรู้

ตัวอย่างชื่อไทยผู้ชายที่เกิดวันพุธกลางคืน

ชื่อไทย อ่านว่า ความหมาย
กฤตยชญ์ กริด-ตะ-ยด นักปราชญ์ผู้คงแก่เรียน
โกลัญญา โก-ลัน-ยา สตรีผู้เกิดในตระกูลสูง
จิรกิตติ์ จิ-ระ-กิด มีชื่อเสียงยืนนาน
ชญานนท์ ชะ-ยา-นน ยินดีในความรู้
วรัชญ์ วะ-รัด ผู้รู้สิ่งที่ประเสริฐ
ศตนันท์ สะ-ตะ-นัน มีความยินดีตั้งร้อย มีความยินดีมาก
ศิรชัช สิ-ระ-ชัด นักรบผู้ยอดเยี่ยม
อติวิชญ์ อะ-ติ-วิด นักปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ ผู้มีตระกูลสูง

ตัวอย่างชื่อไทยผู้หญิงเกิดวันพุธกลางคืน

ชื่อไทย อ่านว่า ความหมาย
คันธารัตน์ คัน-ทา-รัด กลิ่นแก้ว
จารุกัญญ์ จา-รุ-กัน หญิงสาว (งาม) ดังหนึ่งทอง
ฉันท์ชนก ฉัน-ชะ-นก ผู้ให้เกิดความพอใจ
คุณิตา คุ-ณิ-ตา ผู้มีคุณงามความดี
จารีรัตน์ จา-รี-รัด ผู้ประพฤติดี
ชลิตา ชะ-ลิ-ตา ผู้รุ่งเรืองแล้ว

  เด็กเกิดวันพฤหัสบดี  

วันเกิด บริวาร อายุ เดช ศรี มูละ อุตสาหะ มนตรี กาลกิณี
วันพฤหัสบดี บ ป ผ ฝ พ ฟ ภ ม ย ร ล ว ฤ ส ษ ศ ห ฬ อ ฮ อะ อา อิ อี อึ อือ อุ อู เอ โอ การันต์ ไ ใ แ ไม้หันอากาศ ก ข ค ฆ ง จ ฉ ช ซ ฌ ญ ฏ ฎ ฐ ฑ ฒ ณ ด ต ถ ท ธ น
ชื่อไทยเด็กหญิง เสริมดวง ความหมายอ่อนหวาน
ชื่อไทยเด็กหญิง เสริมดวง ความหมายอ่อนหวาน

ตัวอย่างชื่อไทยผู้ชายเกิดวันพฤหัสบดี

ชื่อไทย อ่านว่า ความหมาย
ชฎายุ ชะ-ดา-ยุ ลูกแห่งครุฑ
ชยังกูร ชะ-ยัง-กูน หน่อเนื้อเชื้อไขแห่งชัยชนะ
ญาณกร ยา-นะ-กอน ผู้สร้างความรู้ รุ่งเรืองด้วยความรู้
ณัฏฐากร นัด-ถา-กอน บ่อเกิดแห่งปัญญา
พิรัชย์ พิ-รัด ชัยชนะของวีรบุรุษ
ภูมิรพี พูม-ระ-พี ผู้เป็นดุจพระอาทิตย์ในแผ่นดิน
ชยากร ชะ-ยา-กอน บ่อเกิดแห่งชัยชนะ
ฐาปกรณ์ ถา-ปะ-กอน ตำรา

ตัวอย่างชื่อไทยผู้หญิงเกิดวันพฤหัสบดี

ชื่อไทย อ่านว่า ความหมาย
จุฬาลักษณ์ จุ-ลา-ลัก มีลักษณะเลิศโฉมงาม
ญาณิศา ยา-นิ-สา เป็นใหญ่ด้วยความรู้
ฐิรญา ถิ-ระ-ยา มีความรู้ยั่งยืน
ลักษิกา ลัก-สิ-กา สตรีผู้มีบุญวาสนา
สาริศา สา-ริ-สา เจ้าแห่งแก่นสาร
จีรวรรณ จี-ระ-วัน ผู้สวยนาน
ชญาภา ชะ-ยา-พา ผู้มีราศีแห่งชัยชนะ
อรปรียา ออน-ปรี-ยา นางผู้เป็นที่รัก

  เด็กที่เกิดวันศุกร์   

วันเกิด บริวาร อายุ เดช ศรี มูละ อุตสาหะ มนตรี กาลกิณี
วันศุกร์ ส ษ ศ ห ฬ อ ฮ อะ อา อิ อี อึ อือ อุ อู เอ โอ การันต์ ไ ใ แ ไม้หันอากาศ ก ข ค ฆ ง จ ฉ ช ซ ฌ ญ ฏ ฎ ฐ ฑ ฒ ณ ด ต ถ ท ธ น บ ป ผ ฝ พ ฟ ภ ม ย ร ล ว ฤ

ตัวอย่างชื่อไทยผู้ชายเกิดวันศุกร์

ชื่อไทย อ่านว่า ความหมาย
เขมินท์ เข-มิน มีความเกษมอันยิ่งใหญ่ ปลอดภัย
คณพิชญ์ คะ-นะ-พิด รู้เรื่องหมู่, รู้เรื่องคณะ
คณุฒน์ คะ-นุด ประเสริฐกว่าคนทั้งหลาย
เจตนิพัทธ์ เจด-นิ- พัด มีความคิดมั่นคง
ชนกชนม์ ชะ-นก-ชน เกิดจากบิดา
ปุณณัตถ์ ปุน-นัด ผู้สมปรารถนา สมประสงค์
พิชาญเมธ พิ-ชาน-เมด ผู้ชำนาญและมีปัญญา
สุทมาตม์ ว่า สุด-ทะ-มาด ข่มใจตนเองได้ดี, ดูแลตนเองได้ดี
กฤติน กริด-ติน ผู้คงแก่เรียน
เขมทัต เข-มะ-ทัด ผู้ให้ความเกษม
คณิน คะ-นิน เป็นใหญ่ในคณะ
ณัฐกฤต นัด-ถะ-กริด สร้างให้เป็นนักปราชญ์

ตัวอย่างชื่อไทยผู้หญิงเกิดวันศุกร์

ชื่อไทย อ่านว่า ความหมาย
กชนิภา กด-ชะ-นิ-พา เสมือนดอกบัว บริสุทธิ์เหมือนดอกบัว
คุณิตา คุ-นิ-ตา ผู้มีคุณงามความดี
จิณณพัต จิน-นะ-พัด ผู้ประพฤติตามระเบียบแบบแผน
ชนัญชิดา ชะ-นัน-ชิ-ดา ผู้ชนะคนอื่น
นิฏฐา นิด-ถา สำเร็จ
เบญญา เบน-ยา ฉลาด
มานิดา มา-นิ-ดา ผู้ที่คนนับถือ
ปณิตา ปะ-นิ-ตา ได้รับการสรรเสริญ ประณีต
พิจักขณา พิ-จัก-ขะ-นา มีปัญญาเห็นประจักษ์ ผู้ฉลาดยิ่ง
อติกานต์ อะ-ติ-กาน เป็นที่รักยิ่ง
อติญา อะ-ติ-ยา พิเศษ
พ่อแม่เลือกชื่อที่ดีที่สุดแก่ลูก ชื่อไทย มงคล
พ่อแม่เลือกชื่อที่ดีที่สุดแก่ลูก ชื่อไทย มงคล

  เด็กที่เกิดวันเสาร์  

วันเกิด บริวาร อายุ เดช ศรี มูละ อุตสาหะ มนตรี กาลกิณี
วันเสาร์ ด ต ถ ท ธ น บ ป ผ ฝ พ ฟ ภ ม ย ร ล ว ฤ ส ษ ศ ห ฬ อ ฮ อะ อา อิ อี อึ อือ อุ อู เอ โอ การันต์ ไ ใ แ ไม้หันอากาศ ก ข ค ฆ ง จ ฉ ช ซ ฌ ญ ฏ ฎ ฐ ฑ ฒ ณ

ตัวอย่างชื่อไทยผู้ชายที่เกิดวันเสาร์

ชื่อไทย อ่านว่า ความหมาย
กนต์ธร กน-ทอน ผู้ทรงไว้ซึ่งสิ่งที่เป็นที่รัก
เขมินทร์ เข-มิน มีความเกษมอันยิ่งใหญ่
ธนทัต ทะ-นะ-ทัด มีทรัพย์
นทีบดี นะ-ที-บอ-ดี เจ้าแห่งแม่น้ำ
ปพนธนัย ปะ-พน-ทะ-ไน แต่งความ วิธีประพันธ์
ธนัช ทะ-นัด เกิดจากทรัพย์ คนร่ำรวย
เมธัส เม-ทัด ผู้มีปัญญา นักปราชญ์
วรัชญ์ วะ-รัด ผู้รู้สิ่งที่ประเสริฐ
โยธิน โย-ทิน ผู้ชนะ
ปพนธีร์ ปะ-พน-ที นักปราชญ์ผู้บริสุทธิ์
อริญชย์ อะ-ริน ผู้ชนะศัตรู

ตัวอย่างชื่อไทยผู้หญิงที่เกิดวันเสาร์

ชื่อไทย อ่านว่า ความหมาย
เขมินทรา เข-มิน-ทรา มีความเกษมอันยิ่งใหญ่ ปลอดภัย
คะนึงนิตย์ ว่า คะ-นึง-นิด คิดทบทวนอยู่ตลอด คิดถึงอยู่ตลอด
ชนัญชิดา ชะ-นัน-ธิ-ดา ผู้ชนะคนอื่น
ดมิสา ดะ-มิ-สา เจ้าเหนือความมืด พระจันทร์
ภคนางค์ พะ-คะ-นาง ผู้มีร่างกายนำโชค
รมิตา ระ-มิ-ตา ผู้รื่นรมย์ ผู้มีความสุข
ภวิกา พะ-วิ-กา มีความเจริญ
ชุติภา ชุ-ติ-พา รัศมีรุ่งโรจน์
ธารินันท์ ทา-ริ-นัน ความสดชื่นรื่นเริง
ลัลน์ลลิต ลัน-ละ-ลิด สาวสวย
ข้อมูลอ้างอิงจาก horo.teenee.com/wongnai.com

อ่านต่อบทความดี ๆ คลิก

โปรแกรมตั้งชื่อลูก ตั้งชื่อลูกตามวันเกิด ชื่อมงคล ความหมายดี เยอะที่สุด

300+ ชื่อมงคล ผู้หญิง ตามวันเกิดพร้อมความหมายดี ๆ

คิดให้ดีก่อน ตั้งชื่อลูก เมื่อลูกโดนล้อเพราะชื่อฟรุ้งฟริ้ง!!

600 ไอเดีย ตั้งชื่อเล่นลูกสาว ชื่อเล่นผู้หญิง เพราะๆ น่ารักมีเสน่ห์ไม่เหมือนใคร

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อุ้ม นพรรต

เคล็ดลับ Happy Life สร้างพื้นที่แห่งความสุขให้ลูกน้อยโดย “คุณแม่อุ้ม นพรรต”

“อุ้ม นพรรต นพปศักดิ์” คุณแม่บล็อกเกอร์ เจ้าของเพจ Aum Napat สุดฮอตที่มีแฟนๆ ติดตามเธอกว่า 8 แสนคน เชื่อว่าทุกคนที่ติดตามคุณอุ้ม นอกจากจะได้เสพความสุข ได้ความรู้ไปกับเมนูอร่อย ทำง่าย ก็ยังจะได้พลังในการเลี้ยงลูกแบบ Feel Good ไปด้วย

คุณแม่อุ้มผู้มีความสุขกับการทำอาหาร ใส่เสื้อผ้าสวยๆ นั่งชิลตามคาเฟ่ ไลฟ์สไตล์ของเธอได้ถูกต่อยอดเป็นเพจ Aum Napat และมีธุรกิจเสื้อผ้า เปิดร้านคาเฟ่ เธอได้ทำงานที่รัก ได้ใช้เวลาอยู่กับครอบครัว และเลี้ยงน้องอุนยาย ลูกสาววัย 4 ขวบให้เติบโตอย่างมีความสุข วันนี้ทีมงาน Amarin Baby & Kids จะพาไปเปิดเคล็ดลับในการเลี้ยงลูก และการสร้างความสุขในชีวิตของคุณแม่อุ้ม นรรพต และน้องอุนยายกันค่ะ

แรงบันดาลใจในการทำเพจ Aum Napat

คุณอุ้ม : เริ่มครั้งแรกเลยที่อินสตาแกรมมีวิดีโอ 15 วินาที วันนั้นเพื่อนมาเที่ยวที่บ้านอุ้ม แล้วเราทำเมี่ยงปลาทูกินกัน เพื่อนก็แนะนำให้ถ่ายวิดีโอลงอินสตาแกรม อุ้มเลยแชร์เมนูนี้ลงอินสตาแกรมไป และจากวันนั้นก็มีผู้ติดตามเพิ่มขึ้นๆ แบบ Amazing มากค่ะ จนวันหนึ่งที่อุ้มขายของอยู่ที่จตุจักร ก็มีลูกค้าต่างชาติซึ่งประเทศเขาน่าจะใช้อินสตาแกรมไม่ค่อยได้ ก็เลยอยากให้อุ้มทำเพจ จึงเป็นที่มาของการที่อุ้มได้ทำเพจ Aum Napat ค่ะ

เพจ คือ ภาพสะท้อนตัวตนและไลฟ์สไตล์ของคุณแม่อุ้ม

คุณอุ้ม : คอนเทนต์ที่แชร์ในเพจของอุ้มส่วนใหญ่เป็นอาหารค่ะ จริงๆ แล้วอุ้มไม่ได้สร้างเพจขึ้นมาเพื่อทำรายได้หรือทำธุรกิจ แต่เป็นการทำเพจขึ้นมา เพื่อแชร์ไลฟ์สไตล์ของตัวเอง ซึ่งอาหารจะเป็นหลักเลยที่อุ้มแชร์บ่อย จากนั้นเป็นการเที่ยว เพราะเราขายเสื้อผ้า เราก็ไปตามร้านคาเฟ่ต่างๆ ก็เลยได้เที่ยวไปด้วย พออุ้มมีลูกก็เลยแชร์เรื่องลูกไปด้วย พูดง่ายๆ ก็คือคอนเทนต์ค่อนข้างไปตามไลฟ์สไตล์ในแต่ละช่วงชีวิตของเราค่ะ

จุดเริ่มต้นในการให้ลูกทานแบบ BLW

ให้ลูกทานแบบ BLW พัฒนากล้ามเนื้อมือให้แข็งแรง

คุณอุ้ม : อุ้มจำได้ว่าให้ลูกทานด้วยมือครั้งแรกตอนไปเที่ยวมัลดีฟส์ ตอนนั้นอุนยายอายุประมาณ 10 เดือน เราไปนั่งทานข้าวกันที่ล็อบบี้ และอุ้มก็เห็นครอบครัวฝรั่งซึ่งมีลูกอายุใกล้ๆ กับอุนยาย เขาเอาข้าววางให้ลูกกิน แล้วลูกก็กินแบบเลอะเลย ซึ่งตอนแรกอุ้มคิดว่าจะให้ลูกกิน BLW ต้องรอโตกว่านี้ แต่พอได้เห็นแบบนั้น มื้อนั้นอุ้มก็ให้ลูกกินข้าว ทำแบบฝรั่งเขาเลย ก็เลยเป็นครั้งแรกที่ให้ลูกทานด้วยมือเอง ส่วนอาหารที่อุ้มแพ็คฟรีซไปสรุปไม่ได้ใช้เลย

ผลที่ได้รับ อุ้มคิดว่ามันค่อนข้างชัดเจนมากๆ เพราะว่ามันเป็นการฝึกกล้ามเนื้อมัดเล็กๆ ในการใช้กล้ามเนื้อมือของเขา อุ้มรู้สึกได้ว่ากล้ามเนื้อของเขาแข็งแรงขึ้น เวลาเขาหยิบจับของต่างๆ เช่น ของใช้ ขวดนม แม้กระทั่งเวลาที่อุ้มเริ่มสอนเขาหัดจับช้อนส้อม หรือว่าเริ่มมาทำกับข้าวพร้อมอุ้ม เห็นได้ชัดเลยว่าเขามีพัฒนาการการใช้กล้ามเนื้อมือดีขึ้นมากๆ เลยค่ะ

ลูก คือ ภาพสะท้อนตัวตนของพ่อแม่          

คุณอุ้ม : ในการเลี้ยงลูกของอุ้ม สิ่งที่อุ้มกำหนดชัดเจนคือ กินเป็นเวลา เช้า กลางวัน เย็น บ่ายมีของว่าง ส่วนไลฟ์สไตล์การเลี้ยงลูก อุ้มปล่อยให้เขาเรียนรู้ไปตามธรรมชาติ สบายๆ อย่างเช่น พาไปเล่นนอกบ้าน เล่นเครื่องเล่นต่างๆ ก็จะไม่ค่อยห้าม อย่างแม่บางคนจะระวังนั่นนี่ ระวังล้ม แต่สำหรับอุ้มไม่กลัว ให้เขาล้มไปเอง แล้วเขาจะเรียนรู้ว่าเขาจะเจ็บนะ แต่ระหว่างนั้น เราก็ต้องดูด้วยว่าสภาพแวดล้อมตรงนั้นมันปลอดภัย พูดง่ายๆ ว่าเราเลี้ยงลูกให้เขามีประสบการณ์ด้วยตัวเองและเรียนรู้จากสิ่งที่เราทำในชีวิตประจำวัน ลูกคือภาพสะท้อนของพ่อแม่จริงๆ  ยกตัวอย่างเช่น การทำอาหาร อุ้มไม่เคยบังคับให้อุนยายทำเลย แต่เขาเห็นเราทำในชีวิตประจำวัน เขาก็อยากทำตาม เวลาเขาอยู่กับคุณพ่อ คุณพ่อเขาพิมพ์คอมพิวเตอร์ เขาก็ทำท่าพิมพ์เหมือนกัน เขาเลียนแบบพฤติกรรมของเรา

ของใช้สำหรับลูก ต้องทดลองและเปรียบเทียบ

คุณอุ้ม : บ้านเราโชคดีมากๆ เลยที่มีหลายๆ ท่านส่งผลิตภัณฑ์หลายอย่างมาให้ได้ลองใช้ ก็เลยทำให้อุ้มได้เปรียบเทียบแล้วก็ได้รู้ว่าอะไรที่เหมาะหรือไม่เหมาะกับอุนยาย อุนยายใช้แล้วแพ้หรือไม่แพ้นะคะ อย่างเช่น ผ้าอ้อม อุ้มใช้มาแล้วทุกยี่ห้อ สุดท้ายก็มาจบที่เมอร์รี่ส์ (Merries) เพราะว่า อย่างแรกเลย อุนยายไม่เคยแพ้เลย แล้วก็ไม่เคยมีรอยแดงในการใช้ Merries เลย

เมอร์รี่ส์

และที่อุ้มชอบก็คือ เขาซึมซับน้ำได้ดีมากเลย ไม่เลอะออกมาจากผ้าอ้อม รวมถึงสัมผัสแรกที่จับ คือมันนุ่มมาก ลูกใส่แล้วไม่เคยเกิดระคายเคืองเวลาที่ใช้ Merries เราก็รู้สึกประทับใจค่ะ

ผ้าอ้อมเมอร์รี่ส์

การได้ทำอาหารกับลูก คือความสุขแบบง่ายๆ สไตล์ อุ้ม นพรรต

คุณอุ้ม : ความสุขของอุ้มง่ายๆ ก็คือ การได้อยู่กับต้นไม้ ได้อยู่ในครัวค่ะ และตอนนี้ลูกได้มาทำอาหารกับอุ้มแล้ว ก็เหมือนได้ส่งต่อความสุขนี้ให้กับอุนยาย ได้ใช้เวลาด้วยกัน เพราะเรามีเวลาให้กับเขา เขาก็ Happy ค่ะ

ผ้าอ้อม Merries

เคล็ดลับสร้างความสุข เติมพลังบวกในการเลี้ยงลูกช่วงโควิด

คุณอุ้ม : การเลี้ยงลูกในช่วงโควิด สำหรับตัวอุ้ม คิดว่ามันเครียดในทุกๆ วัยเลยไม่ว่าจะ 1 เดือน 2 เดือน ยิ่งช่วงนั้นเราไม่มีประสบการณ์เลี้ยงลูกเลย จนมาถึงวันนี้ 4 ขวบแล้ว ก็มีประสบการณ์พอสมควรแล้ว แต่ว่าเราก็เหมือนยังอ่อนหัด เพราะฉะนั้นคนเป็นพ่อเป็นแม่ต้องเรียนรู้ไปตลอด ก็อยากส่งต่อความสุขให้กับคุณแม่นะคะ บางทีเครียดเราก็พยายามหันไปทางอื่นบ้าง คิดว่าเราก็ไม่ใช่คนเดียว ที่ต้องติดอยู่กับสถานการณ์แบบนี้

อย่างเช่นครอบครัวอุ้ม อุ้มเลี้ยงกับพี่แบงค์สองคน เวลาที่เครียดเราไม่สามารถเอาลูกทิ้งไว้กับใครได้เลย ถ้าเราเครียด เราก็ผลัดกันดูลูก แต่สำหรับบ้านไหนที่มีผู้ใหญ่อยู่ด้วย เราก็ยังมีคนช่วย อันนี้ก็ถือว่าเป็นข้อดีอย่างหนึ่ง

หรือถ้าเราเครียดมากๆ เราก็หาอะไรที่เราชอบมากๆ เป็นงานอดิเรก พักผ่อนสักแป๊บนึง แป๊บเดียวแหละคุณพ่อคุณแม่ก็จะคิดถึงลูกแล้ว และก็อยากจะเสริมว่าในช่วงที่สถานการณ์โควิดระบาด เราก็มองวิกฤติให้เป็นโอกาสว่า เราได้อยู่กับลูกมากขึ้นถึงแม้ว่ามันจะเป็นความสุขในความเครียด แต่ก็ทำให้เราได้ใช้เวลาร่วมกันมากขึ้น มากกว่าสมัยก่อนเยอะมากค่ะ

ผ้าอ้อมสำเร็จรูป Merries

จากที่ได้พูดคุยกับคุณแม่อุ้ม นพรรต ในวันนี้ เชื่อเหลือเกินว่า คุณแม่คนสวยและเก่งคนนี้ จะเป็นแรงบันดาลใจ และพลังบวกให้กับคุณแม่อีกหลายๆ บ้าน ในการสร้างความสุขในแบบฉบับของตัวเอง และส่งต่อความสุขนั้น ไปยังลูกน้อยที่คอยเฝ้าดูเราอยู่ เพราะลูกน้อยก็คือกระจกสะท้อนตัวตนของพ่อแม่ที่ชัดเจนที่สุด เป็นภาพสะท้อนว่า วันนี้เราเลี้ยงลูกอย่างมีความสุขแล้วหรือยัง?

#เพจAumNapat #ผ้าอ้อมสำเร็จรูปเมอร์รี่ส์