แชร์ประสบการณ์ลูกเสี่ยงตาบอดเพราะ เนื้องอกหลอดเลือด บนผนังตา

เนื้องอกหลอดเลือด
เนื้องอกหลอดเลือด

เนื้องอกหลอดเลือด บนผนังตาความอันตรายที่เกิดกับหนูน้อยวัยทารกถ้ารักษาไม่ทันอาจทำให้สูญเสียการมองเห็น ผู้เขียน ได้รับอนุญาตจากคุณแม่ทราย ซึ่งเป็นเจ้าของต้นเรื่องนี้ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับลูกน้อยที่เป็นเหมือนแก้วตาดวงใจของครอบครัว ทีมงาน Amarin Baby & Kids จะพาไปทำความรู้จักกับเคสนี้ รวมถึงแนวทางการรักษาที่เหมาะสมค่ะ

 

เนื้องอกหลอดเลือด บนผนังตา หากรักษาไม่ทันอาจทำให้ลูกตาบอดใส!

แม่ๆ รู้หรือไม่ว่า เนื้องอกหลอดเลือด หากเกิดขึ้นในจุดที่สุ่มเสี่ยงบนร่างกายอย่างตรงบริเวณใกล้รูหู บนเปลือกตา ฯลฯ ก็อาจทำให้ลูกมีปัญหาการได้ยิน การมองเห็นได้ค่ะ และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวจากประสบการณ์ตรงของคุณแม่ทรายที่ได้เขียนแชร์เกี่ยวกับเนื้องอกหลอดเลือดบนผนังตาที่เกิดขึ้นกับลูกรักตัวน้อยที่อยู่ในวัยทารก ไปติดตามกันว่าคุณแม่ทรายมีแนวทางในการรักษาอย่างไรกันค่ะ…

ขออนุญาตแชร์ประสบการณ์ค่ะ น้องอันซีนเป็นเนื้องอกหลอดเลือดที่ผนังตาบนด้านซ้ายค่ะ ขอเริ่มเล่าให้แม่ๆ ฟังตั้งแต่ เริ่มแรกเลยนะคะ

น้องอันซีนคลอดออกมาเมื่อวันที่ 4 พค. 2560 สุขภาพร่างกายลูกปกติดีทุกๆ อย่าง และหลังคลอดผ่านไป 7 วันคุณหมอ ประจำตัวลูกนัดตรวจสุขภาพอีกครั้ง ทรายก็ถามคุณหมอถึงบริเวณแดงๆ ที่ตาซ้าย คุณหมอบอกว่าเป็นปานเส้นเลือดแดงเดียวจะค่อยๆ จางหายไปเองค่ะ คุณแม่ไม่ต้องกังวลนะคะ(เป็นไปไม่ได้ใช่ไหมคะแม่ๆ ที่คนเป็นแม่อย่างเราๆ จะไม่กังวล)

หลังจากไปหาหมอกลับมาบ้านผ่านไป 15 วัน ทรายก็พาลูกไปพบคุณหมออีก คราวนี้คุณหมอบอกคุณแม่น้องเป็นปานสตอเบอรีจะโตตามตัวไปเรื่อยๆ ให้คุณแม่สังเกตดูการโตของปานไปเรื่อยๆ นะคะ แล้วเดียวมาคุยกะหมออีกที(ในใจตอนนั้นสัญชาตญาณความเป็นแม่บวกความร้อนใจ รอไม่ไหวค่ะคุณหมอ) กลับมาถึงบ้านคุยกันกับสามีทำไงกันดี เช้ามาก็ เปลี่ยนโรงพยาบาลไปพบหมออีกท่านหนึ่ง ซึ่งคุณหมอก็พูดทำนองเดียวกันกับคุณหมอท่านแรก มาถึงตรงนี้ทรายก็ยังไม่มั่นใจอยู่ดี ก็เลยพาลูกไปหาหมอท่านอื่นอีก 2-3 หมอ ก็พูดแบบเดียวกันหมดว่า “ให้รอหายเอง” !!!

1 เดือนผ่านไป ทรายกับสามีรออย่างที่คุณหมอทุกๆ ท่านพูดไม่ไหวแล้ว เพราะปานเริ่มขยายขึ้นเรื่อยๆ ทุกครั้งที่มองหน้าลูกสงสารลูกมากๆ ร้องไห้ทุกวันเลย ในใจกลัวไปหมดทุกอย่างด้วยความที่น้องเป็นลูกที่เรารอมาหลังจากแต่งงานได้ 3 ปี กลัวว่าตาลูกจะมองไม่เห็น กลัวลูกเป็นปม ทุกอย่างคิดเยอะแยะวุ่นวายไปหมด และในทุกๆ วันก็ไม่เคยละความพยายามหาข้อมูลเกี่ยวกับปาน จนไปเจอเพจของคุณหมอที่ท่านประจำอยู่ที่โรงพยาบาลศิริราช คุณหมอเขียนข้อมูลไว้อย่างคร่าวๆ สามีโทรถามรายละเอียดต่างๆ ที่โรงพยาบาลทันทีค่ะ พอเช้าวันรุ่งขึ้นสามีก็ขับรถเข้ากรุงเทพฯ มาคนเดียวเพื่อทำเรื่องให้ลูกเป็นคนไข้ของศิริราชก่อนค่ะ

เมื่อถึงวันนัด น้องอายุ 1 เดือน 25 วัน ไปพบคุณหมอที่ตึกเจ้าฟ้ามหาจักรีเป็นตึกเด็กค่ะ คุณหมอลงตรวจช่วงบ่ายอย่างเดียวเราไปกัน 3 คนพ่อแม่ลูกตั้งแต่เช้า ได้พบคุณหมอตอน 5 โมงเย็นค่ะ คิวสุดท้ายเลย แม่ๆ คงจะทราบดีอยู่แล้วว่าที่โรงพยาบาลนี้คนไข้เยอะมากค่ะ อยากจะบอกว่าทรายกับสามีนับถือใจลูกตัวเองมากๆ เพราะลูกไม่ร้องไม่งอแงเลย กินอิ่มก็หลับบนแขนทรายวนไปอย่างนี้จนถึงคิวตรวจเลยค่ะ

บทความแนะนำ คลิก>> วิธีสังเกตลักษณะต้องสงสัย “มะเร็งไฝ”

เมื่อได้พบคุณหมอ แม่ๆ รู้ไหมคะทรายกับสามีตื้นตันใจอย่างบอกไม่ถูก ตอนนั้นในห้องตรวจมีคุณหมออยู่ 3 ท่าน น้องนักศึกษาแพทย์ 4-5 คน และพี่พยาบาล 2 คน คุณหมอท่านหนึ่งพูดขึ้นว่า “ขอโทษด้วยนะคะที่ให้รอนาน วันนี้คิวหมอเยอะมากค่ะ” ความรู้สึกของทรายที่มันอัดอั้นมาตลอดร้องไห้โฮเลยค่ะ แค่ประโยคนี้ของคุณหมอคือ ใจทรายชื้นขึ้นมากๆ  จากนั้นคุณหมอก็สอบถามประวัติต่างๆ ของน้อง และอธิบายข้อมูลทุกอย่างละเอียดมากค่ะ ทรายเขียนไว้คร่าวๆ ดังนี้ค่ะ

อ่านต่อ แนวทางการรักษาน้องอันซีน หน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

keyboard_arrow_up