วิธี เลี้ยงลูกให้ฉลาด ด้วย 7 พัฒนาการชีวิต เพื่อ
ความฉลาดรอบด้าน
หากสมอง 3 ส่วนได้รับการส่งเสริมได้เหมาะสม ถูกเวลา ถูกวิธี ลูกจะมีพัฒนาการทั้ง 7 ด้านที่ดี เป็นเด็กฉลาด มีคุณสมบัติที่ดี
1. พัฒนาการกล้ามเนื้อมัดใหญ่ (Gross Motor Development)
กล้ามเนื้อมัดใหญ่คือ กล้ามเนื้อแขนขา ตามลำตัว หลัง รวมถึงการเคลื่อนไหวที่ไม่ต้องอาศัยกล้ามเนื้อละเอียด (Gross Motor Movement) เริ่มเกิดตั้งแต่แรกเกิดจนถึงสองขวบ ตั้งแต่การหงาย คว่ำ ลุกนั่ง คลาน เหนี่ยวตัวเกาะยืน ก้าวเดิน แล้วก็เดินตัวตรงได้
⇒ วิธีช่วยกระตุ้นพัฒนาการ ได้แก่ การช่วยให้ลูกได้ออกกำลังกล้ามเนื้อมัดใหญ่ให้แข็งแรง เพื่อความพร้อมในการเคลื่อนไหวขั้นต่างๆ ตามอายุที่โตขึ้น
2. พัฒนาการการรับรู้ การมองเห็น และการเคลื่อนไหว (Perception-Motor Development)
สำหรับเด็กเล็กตั้งแต่เป็นทารก การรับรู้ที่สำคัญคือ การมองเห็น แม้การได้ยิน การดมกลิ่น การรับรส จะสำคัญเหมือนกัน แต่ยังไม่แสดงออกชัดเจนนัก สังเกตว่า ถ้าเรานำสิ่งของหรือโมบายมาใกล้ๆ ทารกก็สามารถเอื้อมมือ คว้า หรือเคลื่อนไปหยิบจับสิ่งของนั้น ต่อมาก็เริ่มมองเห็นเป็นวงกลม เป็นสี่เหลี่ยม สามเหลี่ยม พอสองขวบสามารถหยิบจับรูปทรงต่างๆ ใส่ในบล็อกได้ เป็นต้น การเคลื่อนไหวเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าสมองส่วนรับรู้กับส่วนเคลื่อนไหวเริ่มทำงานประสานกัน
⇒ วิธีช่วยกระตุ้นพัฒนาการ คือ มีของเล่นมาไว้ข้างหน้าลูกให้ได้คว้าจับ หรือเอาโมบายล์มาผูกไว้ให้เอื้อมไปคว้าได้ วิธีอื่นๆได้แก่ พาลูกเคลื่อนไหวไปตามวัย พลิกคว่ำ หงาย ขยับขาพยุงเดิน หัดเดิน
3. พัฒนาการด้านกล้ามเนื้อละเอียด (Fine Motor Development) มี 2 ส่วน ได้แก่
• การใช้นิ้วมือหยิบ จับ คีบสิ่งของ จนขีดเขียนได้
⇒ วิธีช่วยกระตุ้นพัฒนาการ ได้แก่ การให้ลูกได้ใช้นิ้วมือและมือออกกำลังหยิบ จับ กำ คีบสิ่งของรอบตัว และดูแลตัวเองในชีวิตประจำวัน เช่น แต่งตัวได้ สวมเสื้อ กางเกง ติดกระดุม ผูกเชือกรองเท้า กินข้าวเอง ไปจนถึงให้เล่น วาดรูป ระบายสี ไปจนถึงเขียนตัวอักษรตามรอย
• การใช้กล้ามเนื้อละเอียดที่อยู่ในริมฝีปาก ลิ้น กล่องเสียง เพื่อเปล่งเสียงออกมาให้ชัดถ้อยชัดคำ
⇒ วิธีช่วยกระตุ้นพัฒนาการ ที่สำคัญคือ ต้องมีคนพูดกับลูกอย่างชัดถ้อยชัดคำ ให้ลูกได้ยินเสียง ได้เห็นริมฝีปากเรา เด็กจะเลียนแบบริมฝีปากและเปล่งเสียงออกมา การฝึกพูดเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะทันทีที่เด็กพูด หมายถึง เด็กจะเริ่มคิดเป็น เริ่มรู้ว่าคำพูดนี้หมายถึงใคร คำพูดนี้เกิดขึ้นที่ไหน อยู่ในเหตุการณ์หรือสถานที่ไหน มีตรรกะอย่างไร
4. พัฒนาการด้านอารมณ์ (Emotional Development)
การร้องไห้เป็นการแสดงอารมณ์ของทารกในช่วงแรก ซึ่งเป็นไปตามธรรมชาติของความต้องการ ของการกินอยู่ ขับถ่าย เจ็บปวด ต่อมาจึงค่อยเรียนรู้อารมณ์ตามอารมณ์ของพ่อแม่ หรือผู้เลี้ยงดูใกล้ชิด โดยการเรียนรู้แบบการลอกเลียนแบบ (Imprinting) แล้วเอาอารมณ์นั้นมาเป็นพื้นอารมณ์ของตนเอง
⇒ วิธีช่วยกระตุ้นพัฒนาการ ผู้รู้จึงบอกว่า ตั้งแต่ลูกคลอดทุกครั้งที่แม่จะมาหาลูก ให้มีสีหน้าและอารมณ์ที่เป็นสุขยิ้มแย้มแจ่มใสเข้ามา เพราะถ้าแม่เป็นคนเครียดโกรธ ลูกก็จะมีพื้นอารมณ์อย่างนั้นตั้งแต่เล็กเช่นเดียวกัน เมื่อลูกโตขึ้น หากเขาอยู่ในหมู่คนที่มีอารมณ์แจ่มใส เบิกบาน (Positive Emotion) ลูกก็จะได้เลียนแบบอารมณ์ด้านบวก แน่นอนว่าก็เลี่ยงไม่ได้ที่ลูกจะต้องเจอคนที่อารมณ์ไม่ดี (Negative Emotion) เพียงแต่มีคนอธิบายให้ลูกเข้าใจว่า เพราะอะไรจึงเป็นอย่างนั้นเมื่อลูกเริ่มสงสัย ก็ถือเป็นการช่วยส่งเสริมพัฒนาการทางอารมณ์ที่สำคัญมากด้วย
♦ Must read : วิจัยชี้ พ่อแม่ระวัง! ตะคอกใส่ลูก ทำลายสมอง ลูกโตไปเป็นเด็กมีปัญหา
อ่านต่อ >> “7 พัฒนาการชีวิต เพื่อความฉลาดรอบด้าน” คลิกหน้า 3
เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่