เรียนรู้การแก้ไขปัญหาในสถานการณ์เหนือการคาดเดา ผ่านนิทานเรื่อง ก๊อก ก๊อก ขอค้างคืนหนึ่งนะ

เรื่องราวของหนูสามตัวที่ออกมาเดินเที่ยวเล่นในป่า แต่ทว่าขากลับเกิดหลงทาง หมอกก็ลงหนาขึ้นทุกที  หนูสามตัวจึงตัดสินใจจะค้างคืนที่บ้านหลังหนึ่ง

ก๊อก ก๊อก ขอค้างคืนหนึ่งนะ เป็นนิทานที่เด็กๆ หลายคนชื่นชอบ เพราะทั้งตื่นเต้นชวนลุ้น ในขณะเดียวกันก็ให้ความรู้สึกอบอุ่น ด้วยเรื่องและภาพ สัตว์เล็กๆ ในเรื่องเปรียบเสมือนเด็กๆ ที่ต้องการความอบอุ่นและปลอดภัย  ส่วนลุงหมีก็อาจเปรียบได้กับผู้ใหญ่ที่ใจดีแบ่งปันความอบอุ่นและอ่อนโยนให้  นอกจากนั้น นิทานเรื่อง ก๊อก ก๊อก ขอค้างคืนหนึ่งนะ ยังแสดงให้เห็นถึงการเรียนรู้เรื่องอื่นๆ ด้วย

1.เรียนรู้การแก้ไขปัญหา

หนูสามตัวหลงทาง กลับบ้านไม่ได้ หมอกก็ลงหนา จะทำอย่างไรดีนะ  การที่หนูตัดสินใจจะค้างบ้านหลังหนึ่งกลางป่า เป็นการตัดสินใจแก้ไขปัญหาในขณะนั้นๆ หนูสามตัวอาจเปรียบได้กับเด็กๆ ที่บางครั้งอาจพบปัญหา และต้องแก้ไขปัญหานั้นด้วยตัวเอง  การกล้าที่จะเผชิญปัญหา หรือพยายามหาวิธีแก้ไขปัญหา เป็นจุดเริ่มต้นให้เด็กๆ ได้เรียนรู้วิธีการเอาตัวรอดค่ะ

2.เรียนรู้เรื่องมารยาท

เมื่อตัดสินใจที่จะค้างคืนที่บ้านหลังนี้แล้ว แม้ว่าจะกล้าๆ กลัวๆ มีความไม่มั่นใจไปบ้าง แต่หนูสามตัวกลับไม่ลืมที่จะขออนุญาต ก่อนที่เข้าไปในบ้าน  นอกจากนั้นเมื่อเข้าไปแล้ว ยังรู้สึกกังวลใจว่า การค้างคืนโดยไม่บอกเจ้าของ คงไม่ดี อีกด้วย หนูสามตัวแสดงให้เห็นว่า การขออนุญาตก่อน เป็นเรื่องที่ทำได้ง่ายๆ  อีกทั้งเมื่อสัตว์ตัวอื่นๆ เดินทางมาที่บ้านหลังนี้ ทุกตัวล้วนแต่เคาะประตูเพื่อ ขออนุญาต ก่อนเข้ามาทั้งสิ้น  เมื่อเด็กๆ ได้เห็นตัวละครทุกตัวทำดังนั้น จะเกิดการซึมซับและเรียนรู้ได้ว่า ควรเคาะประตู หรือเอ่ยขออนุญาตก่อนที่จะเข้าไปในสถานที่ที่ไม่ใช่ของตัวเองเป็นเรื่องที่ควรทำ

3.เรียนรู้การเผชิญหน้ากับความกลัว

ความกลัวกับเด็กๆ เป็นของคู่กัน  หนูสามตัวในเรื่องก็ไม่ต่างกัน แม้ว่าจะอยู่ในบ้านแล้ว ก็ยังมีเรื่องให้รู้สึกกลัว เพราะมีเสียง “ก๊อก ก๊อก ขอค้างคืนหนึ่งนะ” ดังขึ้นเรื่อยๆ แต่เมื่อได้รู้ว่า เสียงนั้นเป็นเพื่อนสัตว์ตัวอื่นๆ ก็คลายกังวลไปได้บ้าง ในสถานการณ์นี้ คุณพ่อคุณแม่สามารถสอนเด็กๆ ได้ว่า บางครั้งเรื่องที่เรากลัว ก็เป็นเรื่องที่คิดขึ้นเอง ความกลัวไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัวเสมอไปค่ะ

4.เรียนรู้การคาดเดาสถานการณ์

จากนิทานเรื่องนี้ ประโยค “ก๊อก ก๊อก ขอค้างคืนหนึ่งนะ” เป็นประโยคที่ได้ยินอยู่ตลอดเรื่อง ในครั้งแรกหนูสามตัวอาจจะรู้สึกกลัว แต่เมื่อรู้ว่าเป็นเพื่อนสัตว์ที่มาขอค้างด้วยก็คลายกังวลไปได้บ้าง เด็กๆ เองเมื่อได้ฟัง ก็ทั้งตื่นเต้นและลุ้น เมื่อฟังไปสักพักก็จะพอเดาได้ว่า จะมีตัวละครเข้ามาเพิ่มและรู้สึกสนุกกับเนื้อเรื่องมากขึ้น เมื่อได้พบสถานการณ์คล้ายๆ กันบ่อย จะทำให้เด็กๆ เกิดการเรียนรู้ ประมวลผลและคาดเดาเหตุการณ์ต่อจากนี้ได้มากขึ้น

5.เรียนรู้ความอ่อนโยน และการแบ่งปัน

เมื่อคุณหมีใจดีผู้เป็นเจ้าของบ้านกลับมา เหล่าสัตว์ตัวเล็กที่ตอนแรกตกใจกลัวจนตัวสั่น และบางตัวนั้นก็ร้องไห้ ก็หายหวาดกลัว เพราะคุณหมีนั้นใจดีและแบ่งปันซุปร้อนๆ ให้ นอกจากจะอุ่นท้องแล้วยังอุ่นกายด้วย เพราะสุดท้ายทุกตัวก็นอนด้วยกันบนเตียงของคุณหมี ความอบอุ่นอ่อนโยนในตอนจบ ทำให้เด็กๆ รู้สึกปลอดภัยไปพร้อมๆ กับหนูสามตัวและเพื่อนสัตว์ตัวอื่น ยิ่งถ้าคุณพ่อคุณแม่อ่านนิทานเรื่องนี้ให้ฟังก่อนนอน ก็เชื่อได้เลยว่า เด็กๆ จะรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยไม่ต่างกับตัวละครในเรื่อง เพราะเขาได้อยู่ใกล้ๆ พ่อแม่นั่นเอง

keyboard_arrow_up