5 เคล็ดลับ เสริมพัฒนาการลูก ให้มีอีคิวและไอคิวสูง
-
ชัดเจนในการฝึก
ไม่ว่าจะเป็นการฝึกไอคิวหรืออีคิวก็ตาม ควรฝึกไปในแนวทางเดียวกันทุกครั้ง และมีความเสมอต้นเสมอปลาย คุณพ่อคุณแม่จึงต้องอาศัยความอดทน ใจเย็น บางครั้งต้องฝืนความเคยชินบ้าง ให้พยายามนึกถึงผลดีที่จะเกิดขึ้นกับลูกและตัวคุณพ่อคุณแม่เอง สิ่งนี้จะทําให้มีกําลังใจที่จะทําอย่างตต่อเนื่อง เพราะถ้าขาดความสม่ำเสมอและชัดเจน จะทำให้การฝึกไม่ได้ผล หรือได้ผลเพียงครึ่ง ๆ กลาง ๆ
2. ทำได้จริงอย่างที่บอก
คุณพ่อคุณแม่ควรเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับลูก (สอนลูกถูกวิธีต้องมีตัวอย่าง) เพราะตัวอย่างที่ดีที่สุดก็คือพ่อแม่นั่นเอง ดังนั้น การเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับลูก ทำให้ลูกเห็นว่าสิ่งที่พ่อแม่กำลังสอนนั้น ทำได้จริงอย่างที่บอกนั่นเอง
3. มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน
ความรักความอบอุ่นที่พ่อแม่ถ่ายทอดให้กับลูก จะช่วยพัฒนาความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกัน เด็กที่มีความสุข ได้รับการดูแลเอาใจใส่ด้วยความรักของพ่อแม่เป็นอย่าดี จะทำให้ฮอร์โมนความสุขหลั่งออกมาจากสมองและกระตุ้นให้เส้นใจสมองเชื่อมโยงกัน เด็กจะฉลาด และเด็กที่ได้รับความรักความอบอุ่นอย่างเต็มที่ จะทําให้เด็กรู้สึกว่าตนเองมีคุณค่า ซึ่งความรู้สึกนี้จะนำไปสู่กรวางพื้นฐานความรู้สึกภาคภูมิใจในตนเอง ทําให้เกิดความไว้วางใจ และมองโลกในแง่ดี
4. ไม่ใช้อารมณ์
การใช้อารมณ์กับลูก นอกจากไม่ช่วยเสริมพัฒนาการลูกแล้ว ยังอาจทำให้ลูกมีพัฒนาการที่ถดถอยได้ ยิ่งหากใช้อารมณ์กับลูกบ่อย ๆ ลูกจะขาดความมั่นใจ เพราะกลัวที่จะทำอะไรแล้วโดนคุณพ่อคุณแม่ว่า ดังนั้น การสอนหรือฝึกสิ่งใดก็ตาม ควรเลือกที่จะพูดด้วยคำพูดแนวทางบวก พูดด้วยเหตุและผล เพื่อให้เด็กเข้าใจและเลือกที่จะไม่ทำอีก
5. สม่ำเสมอ
การ เสริมพัฒนาการลูก ควรทำเป็นประจำ ไม่ควรทำ ๆ หยุด ๆ เพราะจะทำให้เด็กสับสนได้
การ เสริมพัฒนาการลูก เพื่อให้ลูกเติบโตอย่างเหมาะสมตามวัย ต้องสอนทักษะการดำเนินชีวิต ปลูกฝังพัฒนาการทางอารมณ์ (อีคิว) ไปพร้อมกับพัฒนาการด้านสติปัญญา (ไอคิว) ตั้งแต่เด็ก ควรเริ่มฝึกพัฒนาการทางอารมณ์ตั้งแต่วัย 6 เดือน และฝึกอีคิวควบคู่กับไอคิวตั้งแต่ 2 ขวบขึ้นไป
การฝึกพัฒนาการ นอกจากเด็กจะมีพัฒนาการทางอารมณ์ที่ดีแล้ว ยังทำให้เด็กรู้จักการมีวินัยที่ดีด้วย
อ่านต่อบทความดี ๆ คลิก
พัฒนาการทารก แรกเกิด – 1 ขวบ พร้อมเทคนิคส่งเสริมพัฒนาการ
เลี้ยงลูกอย่างไร? ให้ลูกมี พัฒนาการด้านอารมณ์ ที่ดี
พัฒนาการลูก ทำไมถึงไม่ควรเปรียบเทียบกัน
ขอบคุณข้อมูลจาก : อ.พญ.ปริชวัน จันทร์ศิริ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย, กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข
เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่